เบนซ์ ชนราวเหล็กสยอง! ในรถเจอศพคนขับแค่ครึ่งล่าง ท่อนบนกระเด็นอยู่กลางถนน

ฝนตกถนนลื่น เบนซ์ เสียหลักหมุนชนราวเหล็กขอบทาง ร่างคนขับขาด 2 ท่อน

(12 สิงหาคม 63)ร.ต.อ.อังคาร ศรีโยธะ รอง สว.สอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิสยามนนทบุรี เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้มีรถยนต์เก๋งชนราวเหล็กสะพานมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ถนนนครอินทร์ขาเข้า หมู่ 2 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุช่วงเชิงลาดขาลงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อยลงมาเล็กน้อย ทิศทางจากวงเวียนพระราม 5 มุ่งหน้าสะพานพระราม 5 พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่น 230 E สีเขียว ทะเบียน 4851 กทม. ลักษณะพุ่งชนเสียบกับราวเหล็กขอบทาง ภายในรถพบเพียงท่อนล่างตั้งแต่เอวลงไปถึงปลายเท้าขาดติดอยู่ในตัวรถ ส่วนท่อนบนตั้งแต่เอวถึงศีรษะขาดกระเด็นตกลงมาอยู่ที่พื้นถนนช่องเลนกลับรถใต้สะพานทราบชื่อต่อมาคือ นายธีระ อายุ 30 ปี ชาว กทม.

อ่านต่อ

อ.ปริญญา โพสต์ขออภัย เนื้อหาชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน บางส่วนเกินเลยขอบเขต

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล โพสต์เฟซบุ๊ก “ขออภัย” หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์การชุมนุม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ระบุ “ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ปราศรัยเลยขอบเขต

หลังจากกิจกรรม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เสร็จสิ้นลงเมื่อคืนนี้ (10 สิงหาคม 63) ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่คำชี้แจงเรื่อง การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผ่านทางเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul เมื่อเวลาประมาณ 01:00 น. ของวันนี้ (11 สิงหาคม 63) โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ตามที่ได้มีการจัดชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา และปรากฏว่าในช่วงท้ายของการชุมนุมมีเนื้อหาบางส่วนที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั้น

ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตให้ใช้สถานที่ ผมขอชี้แจงดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

ครู ทำโทษนักเรียน 6 ขวบ ตีจนไข้ขึ้น-แผลระบมทั้งตัว อ้างเด็กดื้อ ซน ไม่ตั้งใจเรียน

ป้าทนไม่ไหวร้องมูลนิธิปวีณาฯ ครู ตีหลานจนระบม กลับบ้านไข้ขึ้น เคยรับปากจะไม่ทำอีกแต่ก็ผิดคำพูด

(10 สิงหาคม 63) นางขวัญ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ผู้เป็นป้า เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุล เธอเล่าว่า ด.ช.เขม (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ เป็นหลานของเธอ กำลังเรียนชั้น ป.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ถูกครูประจำชั้นผู้หญิงทำโทษ ใช้กิ่งไม้เฆี่ยนตีที่หลังและแขนจนเป็นรอยแผลแตกแดงไปทั่ว ตอนนี้มีอาการไข้ขึ้น ส่วนสาเหตุ หลานบอกว่าครูโมโหอ้างว่าหลานดื้อ ซน ชอบแกล้งเพื่อน และไม่ตั้งใจเรียน

เดือนที่แล้วหลานของเธอก็เคยถูกครูคนนี้ทำร้ายร่างกายมาครั้งหนึ่งแล้ว ด้วยการหยิกจนเป็นรอยเขียวช้ำตามตัวและทุบหลัง ซึ่งเธอได้แจ้งทางผู้อำนวยการโรงเรียนทราบแล้ว และได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ครูคนดังกล่าวก็ได้ขอโทษและบอกว่าจะไม่ทำอีก แต่ครั้งนี้เธอกับญาติยอมไม่ได้แล้วเพราะครูทำเกินกว่าเหตุ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

อ่านต่อ

สาวปริศ นาถูกฆาตกรรมโหด ถลกเสื้อกางเกง-ทุบใบหน้าแตก กู้ภัยเผยเพิ่งเห็นอยู่หลัดๆ

ฆ่า สาวปริศ นาหมกป่า สภาพศพถูกทุบใบหน้าและศีรษะ เสื้อกางเกงถูกถลก กู้ภัยเผยเห็นเดินอยู่ริมถนนก่อนพบศพวันเดียว

เมื่อวันที่ (10 สิงหาคม 63) ร.ต.อ.ปรมา ปราณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมี สาวปริศ ถูกฆ่าเสียชีวิตในป่าข้างทางริมถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ฝั่งเข้ากรุงเทพฯ ที่อยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี

พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุริยา อยู่แพทย์ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานภาค 2 แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม จึงลงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรัง ข้างทางเป็นป่ารกร้างมีแต่กองขยะ ไม่ค่อยมีบ้านคน พบศพหญิงสาว อายุประมาณ 25 – 30 ปี นอนเสียชีวิตตรงทางเข้าป่า สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเหลืองแขนสั้นและถูกถลกขึ้นที่เอว ส่วนกางเกงขาสั้นสีขาวถูกถอดไปกองไว้ที่ข้อเท้าขวา มีกางเกงยืดสีดำอีกชั้นถูกถอดลงมา ศีรษะและใบหน้าแตก บวม ลักษณะคล้ายถูกของแข็งตีมีเลือดออกที่หู มือขวากำหลอดกาแฟสีเขียวแน่น ข้างศพพบรองเท้าแตะสีเหลืองหูคีบสีแดงตกอยู่

จากการสอบถาม นายชรินทร์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านคนแรกที่พบศพ เล่าว่า ตนได้เดินมาหาของเก่าที่มีคนเอาขยะมาทิ้งไว้ เห็นคนนอนอยู่ ตอนแรกคิดว่าคนเมา จึงไปตามชาวบ้านมาดู พอรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ

อ่านต่อ

อุกอาจกลางห้าง! โจรควงปืนยาวชิงทอง 38 บาท มูลค่านับล้าน นาทีเดียวซิ่ง กระบะ หนี

โจรชุดดำฉายเดี่ยวควงปืนยาวบุกห้าง ชิงทองร้านเยาวราชได้ 38 บาท มูลค่านับล้าน ซิ่งรถ กระบะ หนี

เมื่อวานนี้ (10 สิงหาคม 63) ร.ต.อ.วัชระ กรพิทักษ์ ร้อเวร สภ.ท่าตะโก ได้รับแจ้งจากร้านทางเยาวราช กรุงเทพฯ สาขาท่าตะโก ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า สาขาเทศบาลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยาวจี้ชิงทองรูปพรรณไปได้หนักกว่า 38 บาท จึงเดินทางรุดยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองลอย ผกก.สภ.ท่าตะโก รอง ผกก.สภ.ท่าตะโก สารวัตรป้องกันและปราบปราม สารวัตรสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบยังที่เกิดเหตุเร่งสกัดจับคนร้ายทันที

ในที่เกิดเหตุพบว่า ร้านทองที่ถูกชิงทรัพย์ ตั้งอยู่ห่างจากประตูทางเข้าออกของห้างไปประมาณ 30 เมตร โดยมีพนักงานขายทองให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาว สวมมาสก์สีดำ ใช้รถยนต์กระบะสีขาว ยกสูง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดไว้ลานจอดรถหน้าร้าน จากนั้นคนร้ายก็เดินตรงเข้ามายังร้านทองดังกล่าว ในมือถือปืนยาวพรางด้วยผ้าสีขาวพันอาวุธปืนเดินเข้ามา บังคับพนักงานขายทองในร้านให้หยิบทองใส่ถุงส่งมาให้

หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.วัชระ กรพิทักษ์ ร้อยเวร สภ.ท่าตะโก ได้รับแจ้งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบูรณ์ ทองลอย ผกก.สภ.ท่าตะโก รอง ผกก.ปราบปราม รอง ผกก.สส. สว.สส.สว.ป. สภ.ท่าตะโก เร่งตรวจสอบในพื้นที่พร้อมระดมอาสาสมัคร สายตรวจ ตั้งจุดสกัดเส้นทางการหลบหนี กระบะ ทั่วทั้งอำเภอแต่ไร้วี่แวว

พ.ต.อ.สมบูรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและกล้องจงจรปิด พบว่าคนร้ายได้จอดรถกระบะสี่ประตูสีขาว ใช้กระดาษปิดแผ่นป้ายทะเบียนไว้ จอดรถไว้หน้าห้างสรรพสินค้าห่างจากประตูห้างสรรพสินค้าไม่มากนักลักษณะเหมือนจะติดเครื่องยนต์ไว้ จากนั้นคนร้ายได้เดินถือปืนยาวที่ห่อด้วยผ้าสีขาว เดินตรงมาที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซึ่งตั้งอยู่ห่างประตูห้างสรรพสินค้า ประมาณ 30 เมตร ตรงมาหน้าเคาน์เตอร์โยนถุงผ้า พร้อมใช้อาวุธปืนยาวจี้บังคับพนักงานขายในร้าน ให้กวาดทองรูปพรรณใส่ถุงให้ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย

อ่านต่อ

ทร.รับ จ่าเอกชนแล้วหนีเป็นทหารเรือจริง ยันไม่มีปกป้องคนผิด เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ

ทร.รับ จากกรณี วันที่ 7 สิงหาคม 2563 เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชน รถจักรยานยนต์ แล้วหลบหนี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย นอนเกลื่อนถนน บริเวณหน้าตลาดเอกธานี ขาเข้า กม.ที่ 10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบจ.ชลบุรี ส่วนผู้ขับรถยนต์กระบะได้ขับรถหลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ล่าสุด พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ และโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ถึงเหตุการณ์ที่มีข้าราชการสังกัดกองทัพเรือกระทำความผิด เป็นผู้ก่อเหตุขับรถชนแล้วหนี จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เวลาประมาณ 23.47 น. โดยผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ในบ้านพักข้าราชการกองทัพเรือแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอสัตหีบนั้น

อ่านต่อ

ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 สะสม ทะลุ 20 ล้าน ผู้เชี่ยวชาญหวั่นไทยเจอระบาดรอบสอง

ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม ทะลุ 20 ล้านคนแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่งเสียงเตือนประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเจอการระบาดรอบใหม่ซึ่งอาจจะรุนแรงกว่า รวมทั้งควบคุมได้ยากกว่ารอบแรก

ทะลุ 20 ล้าน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 จนถึงช่วง 10.00 น. ของวันนี้ (10 สิงหาคม 63) ตามเวลาประเทศไทย พบว่าจากการอัปเดตข้อมูลของเว็บไซต์ worldometers ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งผ่านหลัก 20 ล้านคนแล้ว โดยในระยะหลังๆ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเฉลี่ยกว่า 2 แสนรายต่อวัน ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อหลักล้านใช้เวลาเพียงราวๆ 4 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ประกอบด้วย

1.สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 5,199,444
2.บราซิล 3,035,582
3.อินเดีย 2,214,137
4.รัสเซีย 887,536
5.แอฟริกาใต้ 559,859
6.เม็กซิโก 480,278
7.เปรู 478,024
8.โคลอมเบีย 387,481
9.ชิลี 373,056 และ
10.สเปน 361,442
ขณะที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกินหลักหมื่นมี 4 ประเทศ ประกอบด้วย อินเดีย 62,117 คน สหรัฐฯ 47,816 บราซิล 22,213 และโคลอมเบีย 10,611

อ่านต่อ

พยากรณ์ อากาศเตือน 39 จังหวัดระวังฝนถล่ม! กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อึมครึมตั้งแต่เช้า

พยากรณ์ อากาศ วันนี้ 10 สิงหาคม 63 กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังมีฝนตกหนัก เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งถึง 11 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2563

อ่านต่อ

แอร์ อินเดีย เอกซ์เพรส ชนแรง! หลังไถลออกรันเวย์ขณะลงจอด ดับแล้ว 16 รวมนักบิน

เครื่องบินสายการบินแอร์ อินเดีย เอกซ์เพรส ชนหลังจากพยายามบินลงจอด (แลนดิง) ที่สนามบินนานาชาติกาลีกัฏ รัฐเกระละ ทางใต้ของอินเดีย แต่ไถลออกนอกรันเวย์ เมื่อช่วงดึกวานนี้ (7 สิงหาคม 63) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย ซึ่งรวมนักบิน 2 คนของเครื่องบินลำนี้ ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีจำนวนมาก โดยมีอาการสาหัส 15 คน

ก่อนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น เครื่องบินลำนี้เดินทางมาจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวมทั้งหมด 191 คน

อ่านต่อ

“หมอมนูญ” เตือนอีกครั้ง โควิดรอบ 2 มาแน่ รุนแรงกว่ารอบแรกเพราะเชื้อกลายพันธุ์

โควิดรอบ 2 มาแน่!! “หมอมนูญ” ย้ำการระบาดรอบที่ 2 ในประเทศไทย ชี้จะรุนแรงกว่ารอบแรก เพราะเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ทำให้มีการระบาดติดต่อได้ง่าย เตือนอย่าหลงคำเยินยอของ WHO

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC” ถึงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิดรอบ 2 โดยระบุว่า บทเรียนจากโรคไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบที่ 2 ประเทศเวียดนาม

ระบาดรอบแรก

วันที่ 23 มกราคม ผู้ป่วยไวรัส โควิด-19 คนแรกของประเทศเวียดนาม เป็นคนจีน เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 415 คน และไม่มีคนเสียชีวิต หลังจากล็อกดาวน์ประเทศ เมื่อต้นเดือนเมษายน เป็นเวลา 15 วัน ห้ามนักเดินทาง จากต่างประเทศเข้าประเทศ และออกมาตรการต่างๆ

ประเทศเวียดนาม ไม่พบผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศ ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน นานถึง 99 วัน ประเทศเวียดนาม เริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เปิดร้านอาหาร สถานบันเทิง บาร์ โรงแรม โรงเรียน สนับสนุนคนในประเทศ ท่องเที่ยวเดินทาง ด้วยเครื่องบินโดยสารในประเทศ

อ่านต่อ