เปิดวงจรปิด นาทีน้าฆ่าหลาน เพื่อนบ้านเผยเคยถูกฟันเย็บ 90 เข็ม โชคดีรอดตายมาได้

เปิดวงจรปิด เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม 63) หลังหอพักจุดเกิดเหตุ เผยภาพวินาที น้าใช้ฉมวกแทงหลานจนล้ม ก่อนจะใช้มีอีโต้ฟันกระหน่ำเข้าซ้ำจนเสียชีวิต หนุ่มใหญ่วัย 54 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อาศัยติดอยู่ใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุในคดีอาฆ่าหลานแล้วนำศพไปฝั่งดินไว้หน้าบ้าน เผยเคยถูกผู้ก่อเหตุบุกเข้ามาที่บ้านก่อนให้ใช้มีดอีโต้ฟันจนได้บาดเจ็บสาหัสกว่า 90 เข็ม โชคดีที่หลานชายตนมาช่วยไว้ได้ทันไม่อย่างงั้นคงไม่อยู่มาจนถึงทุกวันนี้

เปิดวงจรปิด จากกรณีที่นุ่มใหญ่วัย 56 ปี ฆ่าหลานชายแท้ๆ วัย 41 ปี ก่อนนำศพไปฝังดินไว้หน้าบ้านนั้น จากการตรวจสอบพบว่าการกับจุดเกิดนั้นมีกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ด้านหลังหอพัก ซึ่งใกล้กับบ้านที่น้าฆ่าหลานก่อนนำไปฝังดินไว้ ทีมข่าวนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาบ้างส่วน โดยในภาพวงจรปิดจะเห็นว่าผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นน้า ได้ใช้ฉมวกไล่แทงหลานชายผู้ตาย โดยหลานใช้ได้พยามต่อสู้ด้วยการใช้มีดอีโตฟัน แต่ไม่สามารถสู้ผู้ก่อเหตุได้ และล้มลงในที่สุด ก่อนที่นายสมชายจะใช้ฉมวกกระหน่ำแทงเข้าไปที่ผู้ตายแล้วแย่งมีดอีโต้จากผู้ตายมาฟันกระหน่ำซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้จอบขุดหลุมฝั่งศพหลานชายด้วยตัวเอง

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่านายสมชาย หรือผู้ก่อเหตุนั้นเคยก่อนเหตุการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยใช้มีดอีโต้เข้าไปฟันเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บแผลรวมกันเกือบ 90 กว่าเข็ม

โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนายสุรเดช อายุ 54 ปี ผู้ซึ่งเคยถูกนายสมชาย ใช้มีดอีโต้บุกเข้าไปฟันถึงภายในบ้านทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเกือบอาชีวิตไม่รอดมาแล้วนั้น เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมานั้นตนก็เคยถูกนายสมชาย ทำร้ายร่างกายจนได้บาดเจ็บหัสมาแล้ว เมื่อครั้งเกิดเหตุตอนนั้นเพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ ก็เลยเข้าบ้านมาเพื่อนอนพัก จู่ๆ นายสมชาย ก็บุกเข้ามาภายในบ้านของตนก่อนจะใช้มีดอีโต้ฟันตนเข้าที่บริเวณลำคอ ตนก็พยามต่อสู้ขัดขืน แต่นายสมชายก็ยังคงใช้มีดอีโต้ฟันต่อเข้าที่หลัง บริเวณขา แต่อีหลายแห่ง โชคดีที่ตอนนั้นหลานชายของตนมาพบเข้าแล้วก็มาช่วยไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงถูกนายสมชายใช้มีดฟันจนตายอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุในครั้งนั้นคาดว่านายสมชายจะเข้าใจผิดเรื่องที่ตนตะโกนร้องใส่หลานชายของตนว่าทำไม่ไม่เปิดน้ำ สักพักนายสมชาย ก็ได้บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายของตนอย่างที่ได้เล่าไปแล้ว

ความคืบหน้าของคดีเบื้องต้นนั้น ผู้ต้องหายังให้การวกวน และปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าหลานชายแต่อย่างใด อีกทั้งประกอบกับผู้ต้องหานั้นมีอาการทางจิตด้วย ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ จึงได้ลงพื้นที่ไปยังที่หอพักที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เนื่องจากบริเวณจุดดังกล่าว กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หลังหอพักน่าจะสามารถจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ เพื่อที่จะได้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนตัวผู้ต้องหาก็จะได้มีการเตรียมตัวนำตัวผู้ต้องหาส่งโรงพยาบาลจิตเวช เพื่อตรวจเช็คอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

อ่านต่อ

“สีจิ้นผิง” โทรคอนเฟิร์ม จีน-รัสเซียเคียงข้างกัน ใครหน้าไหนก็แทรกแซงไม่ได้

ปักกิ่ง, เมื่อวันที่ (8 กรกฎาคม 63) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกล่าวว่า จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับรัสเซียต่อไปในการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างมั่นคง พร้อมปฏิเสธการบ่อนทำลายและการแทรกแซงจากภายนอก

ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย สีจิ้นผิงกล่าวว่า จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตย ความปลอดภัย และสิทธิในการพัฒนา เช่นเดียวกับการคุ้มครองผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน

ด้านปูตินได้กล่าวว่า รัสเซียต่อต้านการกระทำทุกรูปแบบที่เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของจีน

อ่านต่อ

โดนรัวๆ! กสทช. เตรียมเรียก “ช่องส่องผี” ชี้แจง เนื้อหาบิดเบือน

 

พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประธานคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กล่าวถึงกรณีรายการช่องส่องผีทางช่อง 8 ตามที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาโดยล่าสุด ถูกชาวจังหวัดนครราชสีมาฟ้องดำเนินคดีรายการที่มีเนื้อหาพาดพิงประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญอันเป็นที่เคารพบูชายิ่งของจังหวัด

โดยเห็นว่ามีเนื้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์ ที่นำมาซึ่งความเสียหายทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมว่า สำนักงานฯได้ทำหนังสือถึงรายการช่องส่องผีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 โดยที่ประชุมจะเชิญตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมรับฟังด้วย

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดใน 2 ประเด็น คือ การเปิดรับบริจาค และการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่ไปกระทบประวัติศาสตร์โดยมีผลกับความรู้สึก ความเคารพศรัทธาของประชาชนในแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม อนุกรรมการฯ ต้องฟังการให้ข้อมูลและการชี้แจงเหตุผลของผู้ผลิตก่อนการวินิจฉัย

อ่านต่อ

อย่าไปเชื่อมาก! หมอฟอซีเตือนอย่าวางใจ หลังทรัมป์ทวิต ยอดตายจากโควิดลดลง 10 เท่า

อย่าไปเชื่อมาก นายแพทย์แอนโธนี ฟอซี กล่าวเตือนว่า ชาวอเมริกันยังไม่ควรเกิดความพึงพอใจผิดๆ หลังจากเห็นว่าอัตราการเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นายแพทย์ฟอซี หัวหน้าสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการตอบคำถามผ่านทางเฟสบุ๊คว่า เป็นความผิดพลาดหากชะล่าใจในอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง และว่ามีปัจจัยอื่น ๆ มากมายเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ที่เป็นอันตราย ดังนั้นอย่าเพิ่งเกิดความพึงพอใจผิดๆ

ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์ ระบุว่า เวลานี้สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อเกือบ 3 ล้าน 3 หมื่นคน และเสียชีวิตราว 132,000 คน โดยเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุทางทวิตเตอร์ว่า “อัตราการเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสในสหรัฐฯ ลดลง 10 เท่า!”

อ่านต่อ

“นางหลอด” เฮี้ยนหนัก! เพื่อนร่วมวงเหล้าตายเพิ่มเป็นศพที่ 3 ภายใน 2 อาทิตย์

เฮี้ยนหนักแล้ว วิญญาณ “นางหลอด” เพื่อนร่วมวงเหล้าตายเพิ่มเป็นศพที่ 3 ในรอบ 2 อาทิตย์ ชาวบ้านผวาดึกๆ ไม่กล้าเดินผ่าน

สำหรับความเฮี้ยนของวิญญาณ นางหลอด อายุ 44 ปี หลังหายออกจากบ้าน สุดท้ายญาติไปพบว่าตายแล้วที่โรงพยาบาล ยังคงวนเวียนอยู่ใต้ต้นตะเคียนเก่าแก่ หลังวัดบ้านฉาง ซอยเทศบาล 44/1 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังจากที่ชาวบ้านเห็นวิญญาณนั่งใต้ต้นตะเคียน รวมทั้งเพื่อนร่วมวงกินเหล้าด้วยกันเคยได้ยินเสียงนางหลอดมาร้องเรียกชวนไปนั่งดื่มกิน

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (8 กรกฎาคม 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปุ๋ย อายุประมาณ 45 ปี เพื่อนร่วมวงเหล้าของนางหลอดอีกคนก็เสียชีวิต หลังจากที่มีคนไปพบว่านอนตกเตียงที่ศาลา 3 ณ วัดบ้านฉาง ด้วยอาการน้ำลายฟูมปาก จึงแจ้งให้มูลนิธินำไปส่งโรงพยาบาลจนสิ้นใจ ซึ่งคล้ายกับอาการนางหลอด

ผู้สื่อข่าวสอบถามได้ความว่านายปุ๋ย เป็นคนจากต่างจังหวัดแล้วเร่ร่อนมาอยู่กับคนเก็บของเก่าขาย ที่อยู่ไม่ไกลจากวัด แล้วมักจะไม่ร่วมวงกินเหล้ากับนางหลอดที่ใต้ต้นตะเคียน และมักจะไปหลบนอนที่ศาลา 5 บ่อยครั้ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมามีคนมาพบว่า นายปุ๋ยนอนสลบอยู่ ด้วยอาการน้ำลายฟูมปาก และไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล

ต่อมาได้มีคนที่รู้จักกับนายปุ๋ย ซึ่งกำลังเอาของเก่ามาคัดแยก เพื่อไปขายร้านค้าของเก่า ได้แปลกใจว่านายปุ๋ยหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ จนไปพบว่านายปุ๋ยสิ้นใจอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านฉาง จึงได้สงเคราะห์ให้มูลนิธิจัดการสวดให้หนึ่งคืนก่อนที่จะเผา

ด้าน นายพีระศักดิ์ อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ตนเป็นคนพื้นเพ จะเห็นต้นตะเคียนต้นนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว ซึ่งก็มีการเซ่นไหว้บนบาลศาลกล่าวกันมาตลอด ส่วนใหญ่แล้วจะของาน จึงมีการนำชุดไทยมาแก้บนรอบต้น ต่อมาก็มีการจับจองเป็นที่นั่งกินเหล้าเมายา

อ่านต่อ

หมอไทยใน ประเทศอังกฤษ วอนพาผู้ป่วยซึมเศร้าขาดยา 3 เดือน กลับไทย เสี่ยงฆ่าตัวตายสูง

นายแพทย์เอกภูมิ ชำนาญระเบียบกิจ แพทย์ทางด้านครอบครัวรายหนึ่งใน ประเทศอังกฤษ อัดคลิปวิดีโอขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนให้กับสาวไทยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแต่ตกค้างที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนี้อาการซึมเศร้าได้กำเริบเพราะขาดยามา 3 เดือน โดยคนไข้ส่งสัญญาณว่า ถ้าไม่ได้กลับไทยในเดือนนี้พร้อมปลิดชัพตัวเอง

สำหรับคนไข้รายนี้ คือ นางประพิมพ์พรรณ (สงวนนามสกุล) สาวไทยผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่ติดค้างในประเทศอังกฤษมานานกว่า 5 เดือน โดยเธอได้เดินทางไปเยี่ยมสามี มีกำหนดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ 2 เดือน แต่จากสถานการณ์โรค โควิด-19 และประเทศไทยปิดรับเที่ยวบินจากต่างประเทศ ซึ่งการกลับจะต้องลงทะเบียนผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยที่อังกฤษ และรับคิวการเดินทาง ขณะที่รัฐบาลไทยจัดเที่ยวบินให้คนไทยเดินทางกลับเพียง 2 เที่ยวบินต่อเดือน ทำให้รายชื่อของนางประพิมพ์พรรณ ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเที่ยวบิน โดยปัญหาที่เกิดขึ้นคือ นางประพิมพ์พรรณ ขาดยารักษาโรคซึมเศร้ามา 3 เดือน ทำให้อาการเริ่มรุนแรงขึ้น ร้องไห้ตลอดเวลา รู้สึกหดหู่ ตัวสั่น มีอาการหวาดระแวงบุคคลรอบข้าง ทำให้ต้องแยกตัวออกจากสามีเพื่อป้องกันไม่ให้ทำร้ายคนอื่น

ทั้งนี้ นายแพทย์เอกภูมิ ประเมินอาการว่านางประพิมพ์พรรณ มีโอกาสฆ่าตัวตายไม่ต่ำกว่า50% เพราะอาการรุนแรงมากขึ้น จำเป็นต้องกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

อ่านต่อ

#สมรสเท่าเทียม ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ไทย หลังสภาฯ เปิดรับความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.

กลายเป็นแฮชแท็กยอดนิยมในเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยอันดับ 6 สำหรับ สมรสเท่าเทียม หลังมีการรณรงค์เชิญชวนให้ชาวโซเชียลร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การแก้ไขกฎหมายสมรสเพื่อให้บุคคลธรรมดา สามารถทำการหมั้นและสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นต่างเพศหรือเพศเดียวกัน เพื่อผลักดันความเท่าเทียมในการสมรสของคนทุกเพศ

สืบเนื่องจาก สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะ เป็นผู้เสนอ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 หลักทั่วไป บรรพ 5 ครอบครัวและบรรพ 6 มรดก สาระสำคัญหลักของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การเสนอขอแก้ไขเพื่อให้บุคคลธรรมดาทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ สามารถทำการหมั้นและสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อบุคคลธรรมดาได้หมั้นหรือสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ให้มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา” เป็น “ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส”

ส่วนทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา เป็น “สมรสเท่าเทียม” รวมถึงการแบ่งมรดกของผู้ตายที่มีคู่สมรส โดยได้ขอแก้ไขถ้อยคำในหลายมาตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า “สามีและภรรยา” เป็น “คู่สมรส” และการหมั้น ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ทำการกันได้ และเสนอกำหนดคำศัพท์ขึ้นใหม่เป็น “ผู้หมั้น” และ “ผู้รับหมั้น” แทนคำว่า “ชาย” และ “หญิง” และแบบของการหมั้นให้ผู้หมั้นส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้กับผู้รับหมั้น ในส่วนของเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่หมั้นยังคงตามหลักการเดิมเพียงแต่ปรับถ้อยคำเป็น “ผู้หมั้น” และ “ผู้รับหมั้น”

สำหรับการสมรส ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ สามารถสมรสกันได้ หรือหากมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ สำหรับเงื่อนไขการสมรสยังคงหลักการเดิม แต่มีการปรับถ้อยคำจากคำว่า “ชาย” หรือ “หญิง” เป็น “บุคคล” เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสมรสระหว่างบุคคล เช่น

อ่านต่อ

เขื่อน เปิดประตูปล่อยน้ำไม่แจ้งล่วงหน้า ซัดแพล่องแก่งล่ม นักท่องเที่ยวหนีตายระทึก

เขื่อน “ดีที่เอาชีวิตขึ้นฝั่งทัน *เหตุการณ์คือน้ำพัดมาแรงมาก เพราะเขาปล่อยน้ำ แล้วเราไม่รู้  ไม่มีใครรู้ แพที่พังเป็นแพเราเอง แพเราเป็นแพที่3 จากต้นน้ำ เชือกที่ผูกกับต้นไม้มันขาด พี่ๆช่วยกันดึงยังไงก็ไม่ไหว แล้วแพเราก็ชนกับแพข้างๆ อย่างจัง เราก็รีบปืนออกจากแพเพราะน้ำเข้าแพ อีกข้างกำลังจะจม ของเราพัดไปหมดเลย น้ำแรงมากๆ ปลอดภัยดี ”

โดยสาเหตุเกิดจากทางเขื่อนเปิดประตูน้ำโดยไม่แจ้งให้ผู้ประกอบการแพท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า ทำให้กระแสน้ำไหลหลากเข้าใส่แพล่องแก่ง จนเชือกผูกแพขาดแล้วไหลไปปะทะกับแพที่ให้บริการรายอื่น เป็นเหตุให้แพเอียงข้าวของหล่นลงไปในน้ำขณะที่นักท่องเที่ยวพากันหนีตายขึ้นฝั่งอย่างโกลาหล

ผู้ประกอบการเผยว่า ปกติเขื่อนจะเปิดประตูระบายน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงเช้า และมีการแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบผ่านทางกลุ่มไลน์ เพื่อให้ระมัดระวังกระแสนน้ำที่จะไหลแรงขึ้น แต่วันเกิดเหตุเขื่อนเปิดประตูน้ำในช่วงบ่าย โดยไม่ทราบสาเหตุและไม่ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการแพทราบก่อนล่วงหน้า

อ่านต่อ

คิวชูเตือนภัยสูงสุดหลัง น้ำท่วมหนัก – หมอยงชี้ตุนพลาสมารับโควิดระลอกสอง

เริ่มกันที่ข่าวแรก สถานการณ์ น้ำท่วมหนัก และอุทกภัยทางภูมิภาคคิวชูของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในจังหวัดคุมาโมโตะ คาโกชิมะ และมิยาซากิ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ส่งผลให้แม่น้ำคุมะ ในจังหวัดคุมาโมโตะ เอ่อล้นตลิ่ง ทำให้เกิด น้ำท่วมหนัก ฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ เส้นทางรถไฟและรถประจำทางหลายเส้นทางต้องหยุดวิ่งชั่วคราว จนกระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ต้องประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด พร้อมทั้งขอให้ประชาชนประมาณ 254,000 คนจาก 117,000 ครัวเรือน อพยพไปยังที่ปลอดภัย และทางการได้ส่งกองกำลังป้องกันตนเองเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้ เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ทางการญี่ปุ่นก็ยังเน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาในสถานที่อพยพด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ในพื้นที่เมืองคุมาโมโตะตอนใต้จะเริ่มดีขึ้น แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักไล่ไปทางตอนเหนือของภูมิภาคคิวชู ทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้มีประกาศเพิ่มระดับการเตือนภัยระดับสูงสุด ในพื้นที่คิวชูตอนเหนือ จังหวัดนางาซากิ ซากะ และฟุกุโอกะเพิ่มเติมแล้ว สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิต มีการยืนยันแล้วอย่างน้อย 44 ราย สูญหาย 10 ราย

ต่อกันที่ข่าวที่สอง นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำให้มีการเตรียมพลาสมาสำรองไว้ สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกรณีที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง

นพ.ยง กล่าวว่า เนื่องจากโรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะ จึงต้องนำยาที่มีอยู่เดิมมาใช้รักษาตามอาการ ขณะเดียวกัน ก็มีการศึกษาพลาสมาในเลือดของผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคโควิด-19 แล้วพบว่ามีภูมิคุ้มกันที่ต้านทานโรคโควิด-19 ดังนั้น การใช้พลาสมาจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษาโรคโควิด-19 และในขณะนี้ มีอาสาสมัครที่บริจาคพลาสมาแล้วกว่า 150 คน ทำให้ได้พลาสมาที่มีภูมิต้านทานสูงมากกว่า 250 ถุง และสามารถเก็บสำรองไว้ใช้ได้นาน 1 ปี หากในอนาคตมีผู้มาบริจาคพลาสมาเป็นจำนวนมาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสามารถนำพลาสมามาผลิตดังกล่าวเป็นเซรุ่ม ซึ่งจะเก็บรักษาไว้ได้นานมากขึ้น

มาที่ประเด็นทางสังคมกันบ้าง สำหรับประเด็นเกี่ยวกับสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ที่ล่าสุด แฮชแท็ก #สมรสเท่าเทียม ได้ติดอันดับแฮชแท็กยอดนิยมของเทรนด์ทวิตเตอร์ไทย หลังจากที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับความคิดเห็นในส่วนของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งเสนอโดยธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล และคณะ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 หลักทั่วไป บรรพ 5 ครอบครัวและบรรพ 6 มรดก โดยได้ขอแก้ไขถ้อยคำในหลายมาตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า สามีและภรรยาเป็นคู่สมรส และเสนอกำหนดคำศัพท์ขึ้นใหม่เป็น ผู้หมั้นและผู้รับหมั้น แทนคำว่า ชายและหญิง

อ่านต่อ

 

อยู่ดีๆ ทัวร์ลง! ครูสาวโต้ดราม่าแคปชั่นวัดไข้ “ไม่พบสมองค่ะนักเรียน” ยันไม่ได้โพสต์

ทัวร์ลง! จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพและข้อความ หลังเพจดังเผยแพร่รูปภาพครูสาวรายหนึ่งกำลังใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนบริเวณตรงหน้าผากเด็กนักเรียนชาย พร้อมแคปชั่นข้อความว่า “ตี้ดดด ไม่พบสมองค่ะนักเรียน” ซึ่งทางเพจระบุว่า “ให้ภาพเล่าเรื่อง นี่คือแคปชั่นของครู”

ทั้งนี้ภายหลังที่โพสต์เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมกันจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีครูสาวคนหนึ่งอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ กลับถูกพาดพิง และถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนโพสต์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามข้อเท็จจริงจาก นายธนสิทธิ์ ไชยศรีหา ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนธนาศิริวัฒนศึกษา ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ นางเสถียร ไชยศรีหา ผู้จัดการโรงเรียนธนาศิริวัฒนศึกษา และนางสาวกมลวรรณ อินอุ่นโชติ ครูสอนภาษาอังกฤษ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นครูสาวที่ถูกเข้าใจผิดสแกนศีรษะนักเรียนและโพสต์ข้อความดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนโพสต์ข้อความและรูปภาพในเฟซบุ๊กก็ไม่ใช่ตน

อ่านต่อ