ซีรีย์ที่มีราคาจำหน่ายใกล้เคียงกัน ค่าความเข้มของฟิล์มที่ประมาณ 60%

ซีรีย์ที่มีราคาจำหน่ายใกล้เคียงกัน
ซีรีย์ที่มีราคาจำหน่ายใกล้เคียงกัน

ซีรีย์ที่มีราคาจำหน่ายใกล้เคียงกัน สรุปผลการทดสอบการทดสอบฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์นี้ผลที่ได้พบว่าทุกๆ  ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ ยี่ห้อสามารถป้องกันแสง UV ได้ใกล้เคียงกัน การป้องกันความร้อน ถ้าค่าความแตกต่างของอุณหภูมิด้านนอกกับด้านในมีน้อย แสดงว่าสามารถกันความร้อนได้ดีและพบว่า Hi-Kool มีความสามารถกันความร้อนความร้อนได้ดีกว่าทุกยี่ห้อ

แต่ความสามารถของการส่องผ่านแสงช่วงสายตามองเห็น ผ่านเข้ามาได้ค่อนข้างน้อย หากค่าแสงช่วงสายตามองเห็นได้ผ่านเข้ามาได้น้อยเกินไป ก็ทำให้การมองเห็นได้ไม่ดีอาจจะลดทัศนวิสัยในการขับรถได้ สำหรับในการพิจารณาเรื่องการส่องผ่านแสงช่วงสายตามองเห็นค่าความสว่างของแสง(Lux) มากจะทำให้การมองเห็นชัดเจนกว่าค่าความสว่างของแสงน้อย

ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนเวลาขับรถเวลากลางคืน ทำให้ ฟิล์ม 3M อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ จากข้อมูลในตารางที่ 2 ฟิล์มยี่ห้อ Xtra-Cole อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ ความสามารถในการป้องกันความร้อน และทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ในสินค้ากลุ่มฟิล์มติดรถยนต์จะมีแบรนด์ใหม่โผล่เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ก็ล้มหายไปเร็ว ทั้งรีแบรนด์ ทั้งเปลี่ยนชื่อ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ

เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ อย่างไร ก่อนที่จะมาเลือกฟิล์มกรองแสง

เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์

เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์เลือกฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ก่อนที่จะมาเลือกฟิล์มกรองแสง เรามาทำความรู้จักกับมันเสียก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าฟิล์มแบบใดที่เหมาะกับคุณ ufabet ฟิล์มกรองแสงคือวัสดุที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะโปร่งใส มีคุณสมบัติในการลดความร้อน ลดรังสียูวี รังสีอินฟราเรด ซึ่งจะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดและรังสีต่าง ๆ ที่มากับแสงแดดที่จะเข้ามาภายในห้องโดยสาร ส่วนจะสามารถลดหรือป้องกันได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวัสดุและคุณภาพของส่วนประกอบที่นำมาผลิตเป็นฟิล์มกรองแสงนั้น ฟิล์มกรองแสงสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

  1. ฟิล์มกรองแสงที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด
    ฟิล์มชนิดนี้จะสามารถกรองได้เฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลงได้เท่านั้น ฟิล์มประเภทนี้จะลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถกรองหรือลดอันตรายจากความเข้มของรังสีต่าง ๆ ที่มาพร้อมแสงแดดได้ ฟิล์มแบบนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมและสามารถกันความร้อนได้เพียง 50% เป็นฟิล์มที่มีราคาถูกที่สุด และอายุการใช้งานก็สั้นเพียง 3-5 ปีเท่านั้น
  2. ฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด
    ในการผลิตฟิล์มชนิดนี้ จะมีการเพิ่มวัสดุพิเศษเข้าไปในชั้นฟิล์ม วัสดุพิเศษจะมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันและกรองรังสีต่าง ๆ ในแสงแดดที่จะทำอันตรายต่อทั้งอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารและตัวผู้โดยสาร ฟิล์มประเภทนี้ยังสามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น 4 ประเภทตามวัสดุพิเศษที่ใช้และกระบวนการผลิตดังนี้
  • ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน มีคุณสมบัติในการลดความร้อนได้ 35-90% เนื้อฟิล์มจะเป็นสีสะท้อนคล้ายกระจกเงา ฟิล์มชนิดนี้จะเคลือบผิวด้วยไอโลหะประเภทต่าง ๆ ฟิล์มแบบนี้จะกันรังสีความร้อนได้พอสมควรและป้องกันรังสีต่าง ๆ ได้ มีอายุการใช้งาน 3-7 ปี
  • ฟิล์มอินฟราเรด เป็นฟิล์มที่ใช้สารพิเศษที่มีคุณสมบัติไปตัดรังสีอินฟราเรดมาใช้ในการเคลือบ ทำให้ป้องกันความร้อนได้ค่อนข้างดีที่สุด และสามารถสะท้อนรังสียูวีได้จึงมีราคาค่อนข้างสูง
  • ฟิล์มนิรภัย เป็นฟิล์มที่มีความหนาตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป มีคุณสมบัติในการช่วยยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปร่างเดิมมากที่สุดเมื่อถูกกระแทก และยังช่วยดูดซับแรงได้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากกระจกแตก แต่ก่อนมักใช้กับกระจกอาคาร แต่ปัจจุบันมีการนำมาใช้ในรถยนต์มากยิ่งขึ้น
  • ฟิล์มใสประเภทนาโน เป็นฟิล์มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตโดยใช้อนุภาคนาโนมาเคลือบฟิล์มแทน ทำให้สามารถป้องกันได้ทั้งความร้อนและรังสียูวีได้ดีเยี่ยม อีกทั้งเนื้อฟิล์มยังใส ทำให้ไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับรถ และมีอายุการใช้งานที่ทนทานนาน 7-10 ปี

วิธีการอ่านค่าฟิล์มกรองแสง ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกันเท่าไหร่

วิธีการอ่านค่าฟิล์มกรองแสง
วิธีการอ่านค่าฟิล์มกรองแสง

วิธีการอ่านค่าฟิล์มกรองแสง ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

การอ่านสเปคฟิล์ม

1.ค่าการป้องกันรังสี UV ( UV Rejection , UVR ) โดยปกติแล้ว ฟิล์มกรองแสงทุกประเภท ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะถูกสุดถึงแพงสุด จะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 99% อยู่แล้ว ถือเป็นคุณสมบัติทั่วไปของฟิล์มกรองแสง (ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติพิเศษแต่อย่างไร) โดยจะเป็นค่าที่บอกว่าสามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้เท่าไหร่ แต่ถามว่าฟิล์มกรองแสงที่ป้องกันรังสีUV99% แล้วจะช่วยลดความร้อนได้มากหรือไม่? ตอบได้เลยว่า ลดได้น้อยมาก ให้ดูที่ค่าการลดความร้อนจะดีกว่าครับ

2.ค่าแสงสว่างส่องผ่าน ( Visible Light Transmission , VLT )

เป็นค่าที่บ่งบอกว่าฟิล์มกรองแสงนี้ยอมให้แสงส่องผ่านมากน้อยแค่ไหน ถ้ายิ่งแสงส่องผ่านมาก ฟิล์มก็จะยิ่งมีความใสมาก และความร้อนก็จะผ่านเข้ามามากด้วยเช่นกัน (รังสีจากดวงอาทิตย์ทั้งหมด 44%เป็นแสงสว่าง) ว่าง่ายๆถ้าฟิล์มคุณภาพเดียวกัน ยิ่งมืด ก็จะยิ่งกันความร้อนได้ดีด้วย
เพราะฉะนั้นการเปรียบเทียบค่าลดความร้อนรวมของฟิล์มกรองแสงใดๆ ควรจะเปรียบเทียบจากฟิล์มที่มีความเข้ม (VLT) เท่ากัน การเทียบความร้อนระหว่าง ฟิล์มใสกับฟิล์มดำ มันเหมือนการเอารถจักรยานมาแข่งกับรถยนต์ครับ ต่อให้คุณปั่นจักรยานเก่งยังไง สุดท้ายคุณก็แพ้รถยนต์อยู่ดี
นั่นเป็นสาเหตุที่ว่า ฟิล์มดำราคาถูกๆ สามารถลดความร้อนรวม ได้เท่ากับฟิล์มใสที่ราคาแพงมาก ๆ  นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของฟิล์มกรองแสงด้วย มันสู้กันไม่ได้ นั่นเป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้เราต้องพิจารณาค่าการกันความร้อนจากรังสีอินฟราเรต(IRR)ควบคู่กันไปด้วยครับ

การเรียกฟิล์มกรองแสงความเข้ม 40 60 80 นั้น เป็นเรียกความเข้มของฟิล์มกรองแสงที่ผิด (ผิดมานานละแต่ก็ยังเรียกอยู่)
ความจริงแล้ว

  • ฟิล์มเข้ม 80 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 5 %
  • ฟิล์มเข้ม 60 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 20 %
  • ฟิล์มเข้ม 40 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 40-50 %

ถ้าใสกว่านี้โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าฟิล์มใส แสงส่องผ่าน ประมาณ 70%

3.ค่าการลดความร้อนจากรังสีอินฟราเรด (Infrared Rejection , IRR)

รังสีอินฟราเรดหรือบางทีก็เรียกว่ารังสีความร้อน ซึ่งรังสีอินฟราเรดนั้นมีอยู่ 53% ของรังสีจากแสงอาทิตย์ ยิ่งลดได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี ซึ่งฟิล์มที่กันร้อนได้ดี ควรจะกันรังสีอินฟราเรดได้มากกว่า 80% ขึ้นไปครับ ( ส่วนมากฟิล์มดำหรือฟิล์มฉาบโลหะที่กันอินฟราเรตได้น้อยกว่า80%มักจะไม่เขียนบอกใน spec แต่จะเน้นค่ากันความร้อนรวมมากกว่า เพราะฟิล์มทึบ ค่ากันความร้อนรวมจะสูง )
ถึงอย่างไรก็ตาม ฟิล์มที่กันรังสีอินฟราเรตได้ 99% ก็ไม่ได้หมายความว่าฟิล์มนั้นติดแล้วจะไม่ร้อนเลย อย่างที่พูดๆไปต้องดูความเข้มของฟิล์มกรองแสงประกอบกันด้วย โดยส่วนมากบริษัทที่เน้นขายฟิล์มใส จะเน้นการกันความร้อนจากรังสีอินฟราเรดเป็นหลัก เพราะค่าลดความร้อนรวมของฟิล์มใสนั้นต่อให้ดีขนาดไหน ส่วนมากจะไม่เกิน 60% สู้ฟิล์มดำราคาถูกๆไม่ได้

4.ค่าการลดความร้อนรวม หรือค่าลดความร้อนจากแสงแดด (Total Solar Energy Rejection , TSER )

เป็นค่าการลดความร้อนที่นำค่าการลดความร้อนจากรังสีUV,แสงสว่างส่องผ่าน,รังสีอินฟราเรด ทั้งหมด3 อย่างมารวมกัน
ซึ่งค่าการลดความร้อนรวมนี้ มีวิธีการคิดหลายมาตรฐาน !!!!

ส่วนตัวจึงไม่แนะนำให้ใช้ค่านี้จากฟิล์มหลายๆยี่ห้อมาเทียบกัน (เทียบได้บ้าง แต่ต้องเป็นบางยี่ห้อเท่านั้น อยากรู้หลังไมค์ละกันครับ)
เพราะฟิล์มกรองที่ลดความร้อนรวมได้ 60%บางยี่ห้อ ยังกันความร้อนได้ดีกว่าฟิล์มที่ลดความร้อนรวมได้ 80% ของบางยี่ห้อเสียอีก !!!

5.ค่าแสงสะท้อน (Visible Light reflectance , VLR)

เป็นค่าที่บ่งบอกถึงว่าฟิล์มกรองแสงนี้มีความเงามากน้อยเท่าไร ยิ่ง%การสะท้อนแสงมาก ทำให้ฟิล์มมีลักษณะมันวาวมากคล้ายๆกับกระจก สำหรับอาคารบางแห่งรวมทั้งรถยนต์ จึงมีข้อห้ามไม่ให้ติดฟิล์มกรองแสงที่มีการสะท้อนมากๆ เพราะจะทำให้แสงสะท้อนไปเข้าตาคนอื่นได้ครับ ถ้าฟิล์มสะท้อนแสงมากส่งผลให้ฟิล์มกันร้อนได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

เมืองไทยอากาศร้อน อบอ้าว ติดฟิล์มรถยนต์แบบไหนดี เป็นยานพาหนะทางบก

เมืองไทยอากาศร้อน
เมืองไทยอากาศร้อน

เมืองไทยอากาศร้อน รถยนต์ เป็นยานพาหนะทางบก ฟิล์มติดรถยนต์ ที่มอบความสะดวกสบายในการเดินทางอย่างมาก หากเทียบกับรถสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคคลมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ในแต่ละปีจะมาสถิติการออกรถใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมยังพบว่าเป็นมือใหม่หัดขับ เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ Eco Car มีราคาไม่สูงมากนัก ทำให้สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ แต่…การมีรถยนต์ส่วนตัวต้องมีความรับผิดชอบ และใส่ใจในเรื่องการต่อภาษีรถยนต์ การทำประกันภัยรถยนต์ เข้าศูนย์เช็คสภาพรถ และอีกมากมาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้รถอยู่ในสภาพใช้งาน   การใช้งานรถยนต์หนักเป็นเวลานาน ควรเข้าศูนย์เช็คสภาพรถยนต์ทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ปัญหารถยนต์ที่จะตามมา การดูแลบำรุงรถยนต์ เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานทำได้ไม่ยาก และวิธีที่สามารช่วยให้รถของคุณอยู่ในสภาพใหม่ แถมยังปกป้องรถจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี คือ “การติดฟิล์ม” เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศในประเทศไทยมีความร้อนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก พี่หมีมาพร้อม อากาศเมืองไทย เลือกฟิล์มติดรถแบบไหนคุ้มสุด เพราะหลายคนมีความสับสนว่าควรเลือกฟิล์มแบบไหนดี ที่สามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้

ติดฟิล์มดำหรือ ฟิล์มปรอท แบบไหนดีกว่ากัน? ติดฟิล์มอาจจะเคยได้ยิน

ติดฟิล์มดำหรือ
ติดฟิล์มดำหรือ

ติดฟิล์มดำหรือ ฟิลม์ปรอท

ฟิลม์ปรอท คือฟิล์มที่ช่วยสะท้อนเเสงอาทิตย์เเละสะท้อนความร้อนได้มากกว่าเพราะเป็นฟิล์มที่ใช้ติดกระจกอาคารบ้านเรือนมีความสะท้อนแวววับ ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ การติดฟิล์มชนิดนี้บานหน้าควรติดในค่าเปอร์เซ็นต์ไม่มากจนเกินไป รวมถึงกระจกบานอื่นๆ รอบคันเนื่องจากเป็นฟิล์มที่มีการเคลือบปรอท หากค่าเปอร์เซ็นต์ของปรอทสูงเกินไปจะทำให้แสงตกกระทบเเล้วสะท้อนสร้างความรำคาญตาให้กับผู้พบเห็น นอกจากนั้นข้อเสียของฟิล์มชนิดนี้คือตัวเซนเซอร์ Easypass ก่อนใช้บริการการทางพิเศษเซนเซอร์อาจอ่านได้ยากกว่าฟิล์มปกติ สัญญาณ GPS หรือโทรศัพท์มือถือทะลุเข้ามาในรถได้ยากทำให้สัญญาณโทรสัพท์หากใช้ในรถไม่แรง

ฟิล์มดำ หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวทำกิจกรรมต่างๆ ในรถคนมองไม่เห็นฟิล์มดำค่า 60เปอร์เซ็นต์คือคำตอบที่เหมาะสำหรับคุณ เวลาแสงตกกระทบกระจกไม่สะท้อนโดนตาคนที่มอง แต่ข้อเสียของฟิล์มดำคือหากติดฟิล์มในค่าความเข้มมากเกินไปหากขับในเวลากลางคืนจะยากต่อการมองขณะขับรวมถึงการถอยในที่มืดมองลำบาก ทำให้ต้องคอยลดกระจกลงมาเพื่อมองเวลาถอยทุกครั้ง

5 เทคนิคเลือกฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือฟิล์มติดรถยนต์

5 เทคนิคเลือกฟิล์มติดรถยนต์
5 เทคนิคเลือกฟิล์มติดรถยนต์

5 เทคนิคเลือกฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสงรถยนต์หรือฟิล์มติดรถยนต์ ที่ทราบโดยพื้นฐานกันว่ามีคุณสมบัติลดความสว่างของแสงเข้ามาผ่านในรถ ช่วยลดรังสี UV และช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี สัมผัสได้จากรถยนต์คันไหนที่ไม่ได้ติดฟิล์ม ภายในรถจะร้อนระอุและแอร์จะทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น

1. เลือกฟิล์ม

สำหรับฟิล์มกรองแสงที่ดีนั้น จะต้องไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าฟิล์มกรองแสงที่เข้มมากๆ ก็ไม่ได้แปลว่าจะช่วยลดความร้อนให้กับรถยนต์ของเราได้ดี ซึ่งการเลือกฟิล์มกรองแสงที่ดีนั้น ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ เราควรดูจากเปอร์เซ็นต์การลดความร้อนเป็นหลัก ตามมาด้วยเปอร์เซ็นต์การลดรังสียูวี เปอร์เซ็นต์การสะท้อนแสง และสุดท้ายก็คือเปอร์เซ็นต์แสงส่องผ่านนั่นเองครับ

2. รู้จักชนิดของฟิล์มติดรถยนต์ 

แบบไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด 

ฟิล์มชนิดนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะในส่วนของการกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้อ่อนลงเมื่อส่องผ่านกระจกเข้ามาภายในตัวรถยนต์เท่านั้น โดยฟิล์มประเภทนี้จะลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว แต่จะไม่สามารถกรองหรือลดอันตรายและความเข้มของรังสีต่างๆ ที่แฝงมากับแสงแดดได้ ฟิล์มชนิดนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก นอกจากนี้ยังกันความร้อนได้ไม่เกิน 50% อีกทั้งราคาก็ค่อนข้างถูกกว่ารุ่นอื่น อยู่ที่ประมาณ 800 – 1,500 บาท/คัน และอายุการใช้งานสั้นประมาณ 3 – 5 ปี

แบบมีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีที่มาจากแสงแดด 

ฟิล์มชนิดนี้ ตัวเนื้อฟิล์มจะมีการเพิ่มวัสดุพิเศษซ้อนเข้าไปเพื่อเป็นตัวป้องกันรังสีต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อทั้งผู้โดยสารและชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ถูกแสงแดด โดยฟิล์มกรองแสงชนิดนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมเนื่องจากคุณสมบัติที่ดีแม้ว่าราคาจะสูงกว่าชนิดก่อนหน้านี้ก็ตาม ซึ่งฟิล์มชนิดนี้แบ่งเป็นประเภทย่อยๆ ได้อีก 4 กลุ่มด้วยกันดังนี้ครับ

◼️ ฟิล์มปรอท ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน
◼️ ฟิล์มอินฟราเรด
◼️ ฟิล์มนิรภัย
◼️ ฟิล์มใสประเภทนาโน

3. ติดฟิล์มกี่เปอร์เซ็นต์ดี?

เป็นคำถามที่หลายคนโดยเฉพาะมือใหม่ที่กำลังมองหาฟิล์มติดรถกันใช่มั้ยครับ? ซึ่งฟิล์มติดรถยนต์นั้นเปอร์เซ็นต์ที่ใช้เรียกกันจริงๆ ก็คือเปอร์เซ็นต์ที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ โดยคำว่า 40% 60% หรือ 80% นั้นจะเป็นภาษาโดยทั่วไปที่เรามักใช้เรียกตามระดับความเข้มของฟิล์มนั่นเอง โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการวัด และฟิล์มแต่ละยี่ห้อก็จะมีค่ากำหนดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทที่จะออกแบบมา โดยค่าของฟิล์มแต่ละเปอร์เซ็นสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ

◼️ ฟิล์ม 40% คือฟิล์มใส ที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 35%
◼️ ฟิล์ม 60% คือฟิล์มเข้มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 20%
◼️ ฟิล์ม 80% คือฟิล์มเข้มที่สุดที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 5%

 

4. การรับประกันคุณภาพฟิล์ม

อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อฟิล์มกรองแสงก็คือการรับประกันคุณภาพฟิล์มนั่นเองครับ โดยการรับประกันคุณภาพของฟิล์มนั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ในการตัดสินใจ โดยทั่วไปแล้วฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จะมีการรับประกันคุณภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปี บางรายรับประกันคุณภาพนานถึง 7 หรือ 10 ปี ขึ้นไป โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการรับประกันอีกที

5. ร้านติดตั้งและช่างชำนาญการ

มาถึงข้อสุดท้ายนี้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ก็คือส่วนของการเลือกร้านติดตั้งและช่างที่ชำนาญการที่จะทำให้เราได้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีและงานที่เรียบร้อยไม่มีปัญหาตามมาภายหลังอีกด้วยครับ ซึ่งทางที่ดีเราควรหาร้านจากผู้ที่เคยใช้บริการมาก่อนเพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด มันคงไม่คุ้มอย่างแน่นอนครับ ถ้าหากเลือกฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีได้แล้ว แต่กลับเลือกร้านติดตั้งและช่างชำนาญการไม่ดี

ทั้งนี้การเลือกใช้ฟิล์มจริงๆ ควรจำไว้ว่าฟิล์มกรองแสงที่ดีไม่ใช่ฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถในการสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายในการขับขี่ และควรคำนึงถึง งบประมาณ และความจำเป็นของคนขับเป็นหลัก ใช้รถยนต์บ่อยแค่ไหน ขับรถยนต์ช่วงไหนเป็นหลักเพราะ ราคาของฟิล์มติดรถยนต์มีความแตกต่างกันในเรื่องราคา แบบถูกๆ ก็หลักร้อย แบบดีๆ ก็โดดไปเป็นหลายหมื่นกันเลยทีเดียว

ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันความร้อนอาคาร

ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสง
ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสง

ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันความร้อนอาคาร ด้วยความที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนและแดดจัด ทำให้การขับรถท่ามกลางสภาพอากาศและแสงแบบนี้เป็นเรื่องที่รบกวนใครหลายๆ คน ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังและดวงตาอีกด้วย การติดฟิล์มกรองแสงดีๆ จึงเป็นหนึ่งในวิธีลดความร้อนให้รถ ทั้งยังช่วยให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าดวงตาเนื่องจากแดดจ้า ปัจจุบันมีฟิล์มรุ่นใหม่ๆ ออกมาเป็นทางเลือกให้กับคนชอบขับรถ ฟิล์มเซรามิคก็คือหนึ่งในนั้น แต่หลายคนอาจยังไม่เคยทำความรู้จักว่าฟิล์มเซรามิคคืออะไร และทำไมจึงควรเลือกใช้ฟิล์มชนิดนี้ ในบทความนี้ เราจะพาไปหาคำตอบกัน

ฟิล์มเซรามิคคืออะไร
ฟิล์มเซรามิคเป็นฟิล์มกรองแสงชนิดหนึ่งที่มีความแตกต่างจากฟิล์มทั่วไปตรงที่ใช้เซรามิคอนุภาคขนาดเล็กมาเคลือบหรือฝังลงบนเนื้อฟิล์ม สาเหตุที่ในหลายๆ ครั้งเรามักได้ยินคนเรียก “ฟิล์มนาโนเซรามิค” นั่นก็เพราะอนุภาคของเซรามิคที่นำมาเคลือบนั้น มีขนาดเล็กระดับนาโน คือประมาณ 65 นาโนเมตร ทำให้มีความสามารถในการกรองแสงได้อย่างละเอียด อีกทั้งเซรามิคยังมีความแข็งแรงและคงทนมากอีกด้วย นอกจากจะนำมาเคลือบฟิล์มกรองแสงรถยนต์แล้ว ยังนำมาใช้กับฟิล์มติดกระจกตามอาคารบ้านเรือนได้เช่นกัน

ทำไมจึงควรเลือกใช้ฟิล์มเซรามิค
ฟิล์มเซรามิคมีข้อดีที่โดดเด่นกว่าฟิล์มกรองแสงธรรมดาหลายประการด้วยกัน ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ เช่น สามารถป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดได้สูงถึง 99% และยังกันความร้อนได้ 99% ด้วย จึงทำให้ภายในรถเย็นสบาย แม้ว่าจะต้องจอดรถตากแดด ก็ยังทำให้อุณหภูมิภายในรถไม่สูงจนเกินไป ทั้งยังช่วยไม่ให้รู้สึกแสบหรือเมื่อยล้าดวงตาเมื่อต้องขับรถท่ามกลางแดดจัด

สีดำของฟิล์มเมื่อมองจากด้านนอกจะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงทัศนวิสัยที่คมชัด ไม่ผิดเพี้ยน เพราะเมื่อมองออกไปจากภายในจะเป็นฟิล์มใส ไม่รบกวนการขับรถในที่แสงน้อย

อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นของฟิล์มเซรามิคคือการที่ตัวฟิล์มไม่รบกวนสัญญาณจากอุปกรณ์ต่างๆ จึงสามารถติดตั้ง Easy Pass, GPS หรือเครื่องสแกนบัตรได้ตามปกติ นอกจากนี้ ฟิล์มเซรามิคยังมีความทนทานสูง เคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วน สีไม่ซีดจางง่าย จึงสามารถใช้งานคู่กับรถยนต์ได้มากกว่า 10 ปี

ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง ผู้ใช้รถจะเลือกฟิล์มกรองแสงจากความชอบส่วนตัว

ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง
ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง

ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้รถจะเลือกฟิล์มกรองแสงจากความชอบส่วนตัว และความต้องการหลักของผู้ใช้ ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่ โดยอาจจะไม่ทราบว่ายังมีประโยชน์อีกมากมายจากการติดตั้งฟิล์มกรองแสง และนี่คือ 6 ประโยชน์สูงสุดของการติดตั้งฟิล์มกรองแสง

1. การขับขี่ที่ดีขึ้น

การขับขี่รถยนต์ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องโดนใบหน้าไม่ได้เป็นแค่เรื่องน่ารำคาญ แต่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต การติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะปกป้องดวงตา และลดการสะท้อนของแสงที่จ้าเกินไป เพื่อให้การขับขี่ของคุณปลอดภัย และสะดวกสบายมากขึ้น

2. ปกปิด มิดชิด เป็นส่วนตัว

สำหรับผู้ใช้รถบางคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้รถในที่สาธารณะ การติดตั้งฟิล์มกรองแสงที่มีความมืดในระดับที่กฎหมายกำหนดอาจเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด และไม่เพียงแค่ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น ฟิล์มกรองแสงยังช่วยปิดบังทรัพย์สินมีค่าภายในรถ และลดการโจรกรรมได้อีกด้วย

3. ปกป้องวัสดุภายในห้องโดยสาร

ความร้อน และรังสี UV จากแสงแดดสามารถทำให้วัสดุภายในห้องโดยสาร เช่น แผงคอนโซล หรือแผงประตู เกิดการซีดจาง กรอบ และแตกหักได้ภายใน 1-2 ปี การเลือกฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีที่ปกป้องรังสี UV ได้สูง 99% จะช่วยให้ภายในรถของคุณสวยงามได้ตลอดไป

4. ลดการแตกกระจายของกระจก

ในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หรือสิ่งของกระแทกกระจกจนแตก ฟิล์มที่ดีจะสามารถช่วยลดการแตกกระจายของกระจกได้ และช่วยลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถจากเหตุไม่คาดฝัน

5. ลดความร้อนจากแสงแดด

เลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี สามารถช่วยลดความร้อนให้ห้องโดยสารได้มากกว่า 70% ทำให้คุณไม่ต้องหงุดหงิด อารมณ์เสีย ขณะใช้รถท่ามกลางแดดร้อนระอุในฤดูร้อน

6. ฟิล์มดี สุขภาพดี

แสงแแดดและรังสี UV ไม่เพียงแค่ทำให้ผิวหนังของเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งผิวหนัง และโรคเกี่ยวกับกระจกดวงตา เลือกติดฟิล์มกรองแสงที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า