5 วาทะ “ทัวร์ลง” ของ “นพ.ทวีศิลป์” ขวัญใจคนไทยในช่วงโควิด-19

ทัวร์ลง ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียดจากโรค โควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลก นอกจากการกักตัวพร้อมฝึกปรือฝีมือการทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน และการปลูกต้นไม้ให้ดูแพงตามสไตล์ญาญ่า สิ่งที่เป็นเหมือน “สัญลักษณ์” ของการหยุดเชื้อเพื่อชาติ ก็คือใบหน้ายิ้มแย้ม และน้ำเสียงนุ่มนวลของคุณหมออปป้า “นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ซึ่งเป็นผู้รายงานสถานการณ์โรคระบาดผ่านหน้าจอ จนกลายเป็น “ขวัญใจคนไทย” ไปโดยปริยาย แต่ตามสัจธรรมของโลก เมื่อมีดอกไม้ก็ต้องมีก้อนอิฐ เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ของคุณหมอ ที่ต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือที่เรียกว่า “ทัวร์ลง” เนื่องจาก “วาทะ” ของท่านเช่นกัน มีวาทะอะไรบ้างที่เปลี่ยนเวทีแถลงข่าวให้เป็นขนส่งหมอชิต จนแทบจะส่งหมอไปสู่ขิต มาย้อนดูกัน

“อยู่ในต่างจังหวัด มีเงิน 5,000 บาท เหลือแน่ ๆ เพราะมีผักสวนครัว รั้วกินได้”
ในการแถลงสถานการณ์ ประจำวันที่ 9 เมษายน 63 นพ.ทวีศิลป์ได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน เรื่องมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศ โดยข้อความตอนหนึ่ง ระบุว่า “วันนี้ใครที่อยู่ขอบชายแดน หรืออยู่ในต่างจังหวัด มีเงิน 5,000 บาท เหลือแน่ ๆ เพราะมีผักสวนครัว รั้วกินได้ อยู่ได้อย่างสบาย ไม่ลำบากอะไร”

ไม่นานหลังจากนั้น “ชาวเน็ต” ก็รุมถล่ม นพ.ทวีศิลป์อย่างหนัก เนื่องจากหลายคนมองว่า สิ่งที่ นพ.ทวีศิลป์พูด เป็นการพูดบนฐานของความไม่เข้าใจบริบทสังคมต่างจังหวัด และยังห่างไกลจากความเป็นจริง เนื่องจากคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงิน ไม่ต่างจากคนในเมือง และไม่ใช่คนต่างจังหวัดทุกคนจะมีพื้นที่ให้ปลูกผักสวนครัวไว้เด็ดกินง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ นพ.ทวีศิลป์ถูกโจมตีอย่างหนัก ก็เกิด #saveหมอทวีศิลป์ ขึ้น เพื่อให้กำลังใจคุณหมอมากมาย

“[คนฆ่าตัวตาย] ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดไปจากความคาดหมาย”
มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อชะลอการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนหลายคนไม่สามารถออกมาทำงานหาเงินได้ นำไปสู่การฆ่าตัวตายจากปัญหาทางเศรษฐกิจและความเครียด และนพ.ทวีศิลป์ ซึ่งเป็นจิตแพทย์ ก็ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง ตั้งแต่การตอบคำถามในประเด็นเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายว่า “คนฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดไปจากความคาดหมาย” และ “สถิติการฆ่าตัวตายตอนนี้ ยังน้อยกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง” โดยหลายฝ่ายมองว่า การตอบคำถามในลักษณะนี้ เป็นการ “ซ้ำเติม” ความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันก็ละเลยที่จะพูดถึง “ความช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาล” ที่อาจส่งไปไม่ถึงคนเหล่านี้ นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการปลด นพ.ทวีศิลป์ ออกจากตำแหน่งโฆษก ศบค.

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงสถานการณ์วันต่อมา นพ.ทวีศิลป์ ก็ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย พร้อมระบุว่า “ในฐานะโฆษก ศบค. ขอชี้แจงว่า เรารับฟังทุกเรื่องเพื่อนำไปหาทางช่วยเหลือ ผมจะทำทุกวิถีทางให้คนที่มีความทุกข์ในเรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเยียวยา”

“ไม่ประมาท อย่าการ์ดตก”
พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรการเคอร์ฟิว และอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลประกาศใช้ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศลดน้อยลง ส่งผลให้เริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค ทำให้ธุรกิจร้านค้าเริ่มกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง ภายใต้ “ความปกติใหม่” (New Normal) เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าอาคาร การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม และการเช็คอินในแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ นพ.ทวีศิลป์ มักจะคอยย้ำเตือนประชาชนอยู่เสมอ ก็คือ “ต้องให้ความสำคัญ “การ์ดอย่าตก” เราจึงจะไปต่อได้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเรา” ทว่าไม่นานหลังจากนั้น กลับมี “ภาพหลุด” ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงหลายคน “การ์ดตก” ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย และไม่รักษาระยะห่างระหว่างกัน หรือการเข้าร่วมงานฉลองวันชาติสหรัฐฯ โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ก็ทำให้ชาวเน็ตข้องใจไม่น้อย ถึงความน่าเชื่อถือของการ “ตั้งการ์ด” ที่คุณหมอพูดอยู่บ่อยๆ

อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *