“พิธา” ขอไม่วิจารณ์ “ดร.แหม่ม” แต่ชี้ปัญหาเศรษฐกิจ ต้องการคนมีความเข้าใจเข้ามาแก้

นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐตั้ง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกินพรรคพลังประชารัฐ ว่าประชาชนเรียกร้องถึงความชัดเจนของบุคลากรที่เป็นทีมเศรษฐกิจและนโยบายเศรษฐกิจ ตอนนี้รัฐบาลออกมาตรการมาหลายรูปแบบทั้ง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน และงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แต่ถ้าไปดูดัชนีความเชื่อมั่นในการบริโภค และตัวเลขในการท่องเที่ยวจะเห็นว่าประเทศไทยมีการตอบสนองปัญหาอย่างเต็มที่ ทั้งนโยบายการเงินและการธนาคาร แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนและ SMEs กลับต่ำลงเรื่อยๆ รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจไม่ใช่แค่ในมุมการเมือง แต่ต้องดูถึงความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความมั่นใจกลับคืนมาและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็จะง่ายขึ้น

ดังนั้นบุคคลากรที่เลือกต้องอยู่บนความพร้อมสำหรับแก้ปัญหา ในมหาวิกฤตอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ยกตัวอย่าง การเยียวยาแรงงานนอกระบบ เกษตรกร คนพิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก จะหมดลงในเดือนหน้า หรือการพักชำระหนี้จากธนาคารก็จะหมดเดือน ก.ย.แล้ว ซึ่งประชาชนก็จะตั้งคำถามว่าแล้วยังไงต่อ ตอนนี้นโยบายต่างๆ ยังไม่ได้เรียกความเชื่อมั่น แต่กลับคงไว้ซึ่งความกลัวจากการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยไม่มีเหตุผลและความชอบธรรม ทั้งที่ปลอด โควิด-19 มา 30 กว่าวันแล้ว ถือว่ากระทบเศรษฐกิจในทางอ้อม ทำให้นักลงทุนเกิดความกลัวในการเข้ามาลงทุนเพิ่ม นายกรัฐมนตรีจึงต้องตัดสินใจในการแก้ปัญหา ถูกต้องที่ท่านเคยบอกว่าประเทศไหนก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเหมือนกันหมดในช่วงนี้

แต่จากการรายงานของสำนักงานต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยได้รับกระทบมากที่สุด ทั้งที่ก่อนหน้าหน้าบริหารประเทศมากว่า 7 ปีโดยไม่มีฝ่ายค้าน มีอำนาจเบ็ดเสร็จที่ทำอะไรก็ได้ แต่ไม่มีการเตรียมการสำหรับรับมือกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสาธารณสุข หรือแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม พอถึงตอนนี้ท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ที่ต้องแก้ปัญหาโดยด่วน

ทั้งนี้ นาย พิธา ไม่ขอลงรายละเอียดถึงตัว นางนฤมล แต่เสนอว่าบุคคลที่จะเข้ามาทำงานด้านเศรษฐกิจต้องมีความเข้าใจถึง supply chain ระดับโลก เข้าใจการผลิต การเงิน และการธนาคาร รวมทั้งต้องติดดินเข้าใจประชาชนได้จริง แต่จากปัญหาการเมืองที่ระอุมาก จึงไม่มีใครอยากเข้ามาทำงานพยุงเศรษฐกิจ คนไม่อยากเข้ามาเปลืองตัว นายกฯ ต้องจัดบรรยากาศในการทำงานให้เหมาะคนที่มีความรู้ความสามารถและพร้อมเข้ามาเสียสละทำงาน ถ้าคนนอกที่อยากเข้ามาทำงานก็อยากรักษาประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าติดเรื่องโควตาและเล่นการเมืองแบบเก่าก็เป็นบรรยากาศที่ไม่มีใครอยากเข้ามา เพราะทำงานแบบไม่มี ส.ส. สนับสนุนเป็นฐานของตัวเองก็เก้าอี้ลอย พอเข้ามาทำงานแล้วสักพักก็ไม่ได้รับการสนับสนุน หรือทำงานเสร็จแล้วผลักออก

อ่านต่อ

“ประยุทธ์” ยัน คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อคุมโควิด-19 ไม่ได้ลิดรอนเสรีภาพใคร “คนละกาลเทศะ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาสำคัญ แม้ช่วงที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความเสี่ยงหลายประการ ซึ่งในระยะแรก และระยะที่ 2-3-4 ต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด และวันนี้จะมีการผ่อนคลายในระยะที่ 5 ซึ่งยังมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนทุกคนและสถานประกอบการต่างๆ

“ขอให้ย้อนกลับไปดูว่าในช่วงที่ผ่านมาที่มีติดเชื้อไม่มากนักเกิดจากอะไร ซึ่งเกิดจากมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด และมีการใช้มาตรการพิเศษ โดยเฉพาะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมาถึงควบคุมได้ถึงวันนี้ ซึ่งเหตุผลที่ทำไมถึงต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ได้บอกหลายครั้งแล้วว่าแม้มีกฎหมาย 40 ฉบับแต่ละหน่วยงานถือไว้ แต่หลายกิจกรรมไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การเปิด-ปิดสถานที่ต่างๆ หรือการเข้าออกประเทศ ที่ต้องผ่านขั้นตอนทำให้หลายอย่างอาจไม่ทันต่อเวลาในการแก้ปัญหาจึงต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ปิดกั้นใครทั้งนั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญในห้วงที่ยังมีการแพร่ระบาด จะเห็นหลายประเทศที่มีการประกอบกิจกรรมที่มีรวมตัวทำกิจกรรมของคนจำนวนมากก็มียอดผู้ติดเชื้อสูง ดังนั้นจึงจำเป็นพิจารณาตามขั้นตอนโดยในระยะที่ 5 จะมีการผ่อนคลายสถานประกอบการต่างๆรวมถึงการเข้าออกประเทศของนักธุรกิจต่างๆ แต่ย้ำว่าต้องมีมาตรการเชิงรุก โดยต้องมีการรองรับในวันข้างหน้า โดยเฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยว การค้าขายและการประกอบกิจกรรมต่างๆ

อ่านต่อ

โลรองต์ ลอมบาร์ด นักอนุรักษ์เตือน “ขยะจากโควิด-19” อาจมีมากกว่าจำนวนแมงกะพรุนในทะเล

โลรองต์ ลอมบาร์ด นักดำน้ำและผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Opération Mer Propre ในฝรั่งเศส เตือนเกี่ยวกับการทิ้งขยะจากการป้องกันโรค โควิด-19 เช่น อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย PPE และหลอดเจลล้างมือ ลงสู่ทะเล ซึ่งอาจเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมในอนาคต พร้อมระบุว่า อีกไม่นาน “ขยะจำพวกหน้ากากเหล่านี้จะมีปริมาณมากกว่าแมงกะพรุนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”

จูลี เฮลเลค โฆษกของ Opération Mer Propre กล่าวกับ CNN ว่า เราควรจริงจังกับปัญหาขยะจากโควิด-19 ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากขยะเหล่านี้อาจจะเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะเหล่านี้ลงในทะเล และส่งเสริมการใช้หน้ากากและถุงมือที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ในฝรั่งเศสเท่านั้นที่พบว่ามีขยะจากหน้ากากอนามัยและถุงมือถูกทิ้งอยู่ในทะเล ในฮ่องกงก็มีรายงานลักษณะนี้เช่นกัน โดยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ องค์กร OceansAsia รายงานว่ามีการพบหน้ากากอนามัยจำนวนมหาศาลลอยอยู่บริเวณชายฝั่งของหมู่เกาะโซโค ซึ่ง OceansAsia ระบุว่า แม้การสวมหน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจะเป็นวัฒนธรรมของเอเชียมานานก่อนจะเกิดโรคระบาด แต่การที่ประชากร 7 ล้านคน พร้อมใจกันสวมหน้ากาก 1 – 2 ชิ้นต่อวัน ก็ทำให้มีการผลิตขยะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในช่วงการระบาดใหญ่ การผลิตชุด PPE แบบใช้แล้วทิ้ง เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environment, Science & Technology ประมาณการณ์ว่าแต่ละเดือนจะมีการใช้หน้ากากถึง 129,000,000,000 ชิ้น และถุงมือ 65,000,000,000 ชิ้น

นิค มัลโลส์ ผู้อำนวยการอาวุโสขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Ocean Conservancy กล่าวว่าตัวเลขของขยะเหล่านี้ยัง “ไม่มีความแน่นอน” และในหลายพื้นที่ทั่วโลก การเก็บขยะทั่วไปไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีการจัดการขยะในปริมาณเท่านี้ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่ขยะเหล่านี้จะไหลลงสู่แหล่งน้ำบริเวณชายหาดและมหาสมุทร และอาจจะส่งผลกระทบต่อนกทะเลและเต่าทะเลได้

อ่านต่อ

ยาวไป ยาวไป! เพจดังจี้ถาม “ฌอน” ทำไมบิลเงินสดซื้อเจล ลงวันที่ช่วง “กาดหลวง” ปิดยาว

“กาดหลวง” ยังคงมีประเด็นให้ตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีดราม่าไลฟ์โค้ชชื่อดัง “ฌอน บูรณะหิรัญ” กับการเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าภาคเหนือ ที่เจ้าตัวออกมาโพสต์ชี้แจง พร้อมโพสต์ภาพใบเสร็จรับเงินว่า เงินที่ได้รับบริจาคมา นำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆมอบให้โรงพยาบาล รวมทั้งนำไปใช้ในการผลิตคลิปวีดีโอ และจ่ายค่าโฆษณาในเฟซบุ๊กด้วย

ล่าสุด เพจ CSI LA จี้ถามฌอน ในประเด็นสงสัยที่ว่า บิลเงินสดที่ฌอนโพสต์ชี้แจงว่านำเงินไปซื้อเจลแอลกอฮอล์นั้น เป็นใบเสร็จของร้านหนึ่งในตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเงิน 6,750 บาท ลงวันที่ 24 เมษายน 2563 แต่เมื่อไปสืบค้นก็พบว่าช่วงเวลาดังกล่าว น่าจะตรงกับช่วงที่ตลาดวโรรสปิดทำการยาว ในช่วงวิกฤต โควิด-19 นับตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค และเพิ่งมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา

อ่านต่อ

ศบค.แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 7 ราย กลับมาจากอินเดียและสหรัฐฯ

ศบค. รายงาน ยอดผู้ป่วยโควิด-19 (29 มิถุนายน 63) ติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย เดินทางมาจากอินเดีย และ สหรัฐฯ รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,169 ราย

(29 มิถุนายน 63) เมื่อเวลา 12.00 น. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติหน้าที่แทนโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า

พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ยอดรวมผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,169 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย รักษาหายแล้ว 3,053 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 51 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเสียชีวิต 58 ราย

ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ COVID-19 ได้ที่นี่
สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยใหม่ทั้ง 7 ราย มีดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

ลูกสาวอดีตนักการเมืองโร่แจ้งความ ถูกนายตำรวจยศ ร.ต.อ. บังคับขืนใจ

บังคับขืนใจ 26 มิถุนายน 2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีปรากฏข่าว นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความพร้อม น.ส.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาวอดีตนายพลตำรวจและนักการเมืองชื่อดัง เข้าแจ้งความ สน.พระโขนง ให้ดำเนินคดีตำรวจยศ ร.ต.อ. ในพื้นที่ บก.น.8 หลังถูกข่มขู่เรียกรับทรัพย์สินว่า ได้รับรายงานจาก บช.น. ว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 63 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ให้ดำเนินคดีกับข้าราชการยศ ร.ต.อ. รายหนึ่งสังกัด สน.บุคคโล ในข้อหา “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงฯ, หมิ่นประมาท และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ”

สืบเนื่องจากเมื่อเดือน กรกฎาคม ผู้เสียหายได้รู้จักกับ ร.ต.อ. คู่กรณีเนื่องจากได้ติดต่อเกี่ยวกับคดีที่หลานของผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยอ้างว่าจะประสานทางเรือนจำให้ช่วยดูแลหลานของผู้เสียหายให้ จึงมีการแลกไลน์ เบอร์โทรศัพท์ และมีการติดต่อกันเรื่อยมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 62 ผู้เสียหายอ้างว่า ผู้ก่อเหตุได้มาหาที่โรงแรมแห่งหนึ่งและบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นได้ติดต่อขอร่วมหลับนอนกับผู้เสียหายมาโดยตลอด และข่มขู่ว่าหากผู้เสียหายไม่ยินยอมจะนำเรื่องที่ผู้เสียหายขอให้ช่วยหลานมาดำเนินคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย

อ่านต่อ

ฮือฮา “เห็ดมือผี” โผล่ในบ้าน น้องสาวเจ้าของซื้อเลขที่บ้านจนได้รับโชคมาแล้ว

 

ชาวบ้านฮือฮาแห่ดู “เห็ดมือผี” โผล่ในบ้าน น้องสาวเจ้าของบ้านเผยเคยเจอดอกใหญ่กว่านี้ แล้วซื้อเลขที่บ้านจนได้รับโชค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 มิถุนายน 63) เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของบ้าน นายเอนก วอเพชร เลขที่ 395 หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท หลังรับแจ้งว่า พบเห็ดประหลาดรูปร่างคล้ายนิ้วมือคนตาย งอกออกมาตรงกระถางต้นไม้หน้าบ้าน มียาวประมาณ 10 เซนติเมตร 2 ดอก และมีดอกที่อูม กำลังแตกแขนงอีก 2 ดอก มีกลิ่นคล้ายศพ และมีแมลงวันตอมหลายสิบตัว ซึ่งพอชาวบ้านได้ทราบข่าวก็แห่รีบมาดูจนเกิดความฮือฮามีคนมาดูกันอย่างไม่ขาดสาย

จากการตรวจสอบเห็ดดังกล่าวเป็นเห็ดหายากของโลก ติดอันดับ 1 ใน 5 พันธุ์หายาก มีชื่อว่าเห็ดมือ หรือ เห็ดมือผี หรือเห็ดปลาหมึก เป็นดอกสีขาวและจะมีกลิ่นเหม็นชักชวนแมลงวันมาตอมเพื่อช่วยขยายพันธุ์

ด้าน นางสาวรัตนา วอเพชร ผู้พบเห็ดซึ่งเป็นน้องสาวของเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ช่างมาทำสวนในบ้านได้กลิ่นประหลาดเหม็นเน่า นึกว่ามีตัวอะไรตาย เดินตามกลิ่นก็พบเห็ดดังกล่าวจำนวน 4 ดอกในพื้นที่เดียวกัน

อ่านต่อ

“หอไอเฟล” เปิดทำการอีกครั้ง หลังล็อกดาวน์โควิด-19 กว่า 100 วัน

“หอไอเฟล” เมื่อทั่วโลกต้องเผชิญกับโรคระบาดใหญ่ “โควิด-19” ส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งต้องปิดทำการนานกว่า 3 เดือน ตามมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หนึ่งในนั้นคือ “หอไอเฟล” แลนด์มาร์กชื่อดังระดับโลก ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา หอไอเฟลได้กลับมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากที่หยุดพักมานานถึง 104 วัน ซึ่งเป็นการปิดทำการที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของแลนด์มาร์กแห่งนี้

การฟื้นคืนชีพของหอไอเฟลสร้างความยินดีให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่ทยอยเข้ามาเยือนกรุงปารีส ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ยังไม่เปิดให้บริการ เช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ซึ่งจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 6 กรกฎาคม 63

อย่างไรก็ตาม มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น หอไอเฟลจึงยังไม่เปิดให้ใช้ลิฟต์ และนักท่องเที่ยวต้องขึ้นบันได 674 ขั้น ในการเยี่ยมชมสถานที่และทิวทัศน์ในกรุงปารีส บนชั้นที่ 1 และ 2 ของหอไอเฟลแทน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มีอายุ 11 ปีขึ้นไป ต้องสวมหน้ากากด้วย

อ่านต่อ

ลูกสาวช็อกผูกคอตาย บนเตียงมีศพหญิงปริศนา เขียนจดหมายลา “เราไม่มีทางไป”

“เราไม่มีทางไป” ลูกสาวพบศพพ่อวัย 70 ผูกคอตาย บนเตียงมีศพผู้หญิงที่ไม่รู้จัก ตอนนี้ยังไม่กล้าบอกแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเวลา 08.30 น. (26 มิถุนายน 63) ร.ต.อ.ณัติรุจน์ โชติธนัยสิทธิ์ รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุคนฆ่าตัวตายภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ ภายในซอยฑีฆามารค ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม ที่เกิดเหตุเห็นห้องเช่าชั้นเดียวมี 5 ห้อง พบห้องที่ 3 บนเตียงนอนมีศพหญิงไม่ทราบอายุ นอนหงายเสียชีวิตมีผ้าห่มคลุมร่าง

ตรวจสอบในห้องน้ำพบศพนายสมพงษ์ อายุ 70 ปี ใช้ผ้าม่านฉีกออกแล้วมัดคอตัวเองติดกับลูกกรงช่องระบายลม ภายในห้องไม่ร่องรอยการต่อสู้ ข้างเตียงนอนมีโทรศัพท์และจดหมายเขียนด้วยลายมือมีข้อความว่า “ช่วยบอกเพื่อนด้วยของที่อยู่ในบ้านให้ขายใช้หนี้เขาไป ทองด้วย เมื่อคืนเราปรึกษากันแล้วว่า เราจะไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน เพราะเจ้าหนี้ตามจะทำร้ายเอา เป็นหนี้หลายแสนบาท พ่อช่วยไปหลายแสนแล้วก็ไม่พอ เลยต้องปรึกษากันว่าจะทำแบบไหน อ้อมบอกพ่อว่า เราไม่มีทางไปแล้ว ก็ต้องเอาแบบนี้นะ เขาให้พ่อตามเขาไปจะได้ไม่มีคนดูถูก พ่อไม่อยากทำเลย แต่อ้อมบอกว่าเดี๋ยวสว่างจะทำยาก” นอกจากนี้ยังมีข้อความต่ออีกว่า “อย่าลืมจ่ายค่าห้องด้วยเงินขายของช่วยหน่อยนะไม่มีใครแล้ว”

อ่านต่อ

“Stonewall Inn” จุดเริ่มต้นการต่อสู้ของ LGBTQ+ กำลังประสบปัญหาหลังวิกฤติ “โควิด-19”

ในปี 2016 ผับ Stonewall Inn ในกรุงนิวยอร์ก กลายเป็นอนุสาวรีย์ของกลุ่ม LGBTQ+ แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ที่มีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+ แต่หลังจากที่ต้องปิดร้านไปนานกว่า 3 เดือน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 Stonewall Inn ก็กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้ สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ จึงร้องขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากชุมชนกลุ่ม LGBTQ+

องค์กรต่าง ๆ จึงริเริ่มการระดมทุนขึ้น โดยโครงการหนึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ผับยังสามารถเปิดทำการต่อไปได้ ขณะที่อีกโครงการระดมทุน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานของผับที่ไม่สามารถทำงานได้ในช่วงการระบาดของโรค โควิด-19

ในจดหมายแถลงการณ์จากเจ้าของผับ ระบุว่า “เราขอความช่วยเหลือเช่นเดียวกับธุรกิจร้านค้าขนาดเล็กทั่วโลก Stonewall Inn กำลังประสบปัญหา แม้แต่ในช่วงเวลาทั่วไป การเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แบบนี้ก็อยู่ได้ยาก และตอนนี้ เราก็กำลังเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน และเมื่อเราเปิดทำการอีกครั้ง เราก็ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบที่เข้มงวดที่จะจำกัดกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจเรา”

“เราทำงานอย่างแข็งขันเพื่อชุบชีวิตให้ผับแห่งนี้ เป็นเสมือนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับชุมชน LGBTQ+ และรักษา Stonewall Inn ให้ยังคงเป็นศูนย์กลางของการต่อสู้เพื่อสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+”

อ่านต่อ