ตำรวจกร้าว! เอาผิดผู้ร่วมม็อบราชประสงค์ทุกราย งัดหลักฐานเด็ด พังรั้ว-บังกล้อง

ตำรวจกร้าว พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ถ.ราชดำริ ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา กระทั่งมีการประกาศยุติการชุมนุมไปเมื่อเวลา 22.00น. และกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางกลับ และมีบางส่วนอยู่ในพื้นที่

ซึ่งการดูแลการชุมนุมวันนี้ตำรวจได้ใช้กำลัง 15 กองร้อย หรือ 2,325 นาย ในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม ซึ่งถือว่าสามารถดูแลการชุมให้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่เกิดการวุ่นวายหรือกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ดี การชุมนุมดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ ถือว่าความผิดเกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่มาชุมนุมจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ซึ่งตำรวจได้มีการบันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ส่วนจะมีการดำเนินคดีเมื่อไรอย่างไรก็จะต้องมีการพิจารณา ส่วนกลุ่มวันนี้จากการประเมินตามหลักวิทยาศาสตร์มีประมาณกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นไปตามที่มีการประเมินของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ฝากถึงประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่า ขอให้คิดให้รอบคอบ เนื่องจากหากมีการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจะมีประวัติติดตัวและมีผลกระทบต่อไปในอนาคต โดยประชาชนที่จะนำรถบรรทุกน้ำ อาหาร รถขยายเสียงเข้ามาในพื้นที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายในวันพรุ่งนี้ (16 ตุลาคม 63)

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า แกนนำที่ถูกควบคุมตัวยังอยู่ที่ 22 ราย แบ่งเป็นแกนนำที่ถูกจับกุมตามหมายจับ 4 ราย รวมถึงแนวร่วมที่มีความผิดซึ่งหน้าจำนวน 18 คน โดยจะส่งห้องฝากขังดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่มีรายงานว่านายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ระยอง ถูกตำรวจควบคุมตัวนั้นตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ชุมนุมบางส่วนได้พังกำแพง sky walk ทางเชื่อมระหว่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงพยาบาลตำรวจมุ่งหน้าบีทีเอสสยาม การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดเนื่องจากเป็นการกระทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทั้งนี้ยังผมผู้ชุมนุมนำกระดาษไปติดกล้องวงจรปิดอีกด้วย

จึงมองว่า”อันนี้หรือที่บอกว่าการชุมนุมโดยสงบ” การกระทำความผิดนี้หากทำผิดไปแล้วไม่ว่าแบบใดก็ตามขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลมาให้ดี ๆ เพราะหากถูกดำเนินคดีไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยขอให้ไปศึกษาแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้า

กรณีผู้ชุมนุมกดดันให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่ถูกที่หน้านั้น ระบุว่าการปล่อยตัวแกนนำนั้นต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำผิดก็จะไม่ถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนยุติธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *