บ้าน 2 ชั้น สไตล์อินดัสเทรียล รีโนเวทจากโฮมออฟฟิศเก่า

แบบบ้าน 2 ชั้น  บ้านสไตล์อินดัสเทรียล

บ้าน 2 ชั้น สไตล์อินดัสเทรียล รีโนเวทมาจากโฮมออฟฟิศเก่า ตกแต่งภายในด้วยรูปทรงเรขาคณิต ใครอยากได้แบบบ้านสองชั้น ลองไปชมบ้านแนวอินดัสเทรียลหลังนี้กันจ้า

แม้โฮมออฟฟิศจะมีรายละเอียดที่แตกต่างออกไปจากบ้านทั่วไปอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากคุณคิดจะรีโนเวทจากโฮมออฟฟิศเก่า ๆ สักหลังให้กลายเป็นบ้านพักอาศัยที่แสนสุขและสบาย เพราะไอเดียจาก Farm ทำให้เราเชื่อแล้วว่าความต้องการนั้นเกิดขึ้นได้จริง ๆ โดยนำไอเดียของตัวเองมาใช้ปรับโฉมโฮมออฟฟิศเก่าสภาพซอมซ่อ ให้กลายเป็นบ้าน 2 ชั้นสไตล์อินดัสเทรียลผสมลอฟท์ ที่สวยงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ และยังเป็นแบบบ้าน 2 ชั้นที่แตกต่าง โดยการนำรูปทรงเรขาคณิตเป็นหลักในการออกแบบด้วย

ความสวยงามของบ้านหลังนี้ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ชิค อินดัสทรี ลอฟท์ ซึ่งเน้นวัสดุที่ปราศจากการเติมแต่ง ดังนั้นจึงสามารถเห็นโครงสร้างของรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน อาทิเช่น ผนังอิฐ บล็อกซีเมนต์ พื้นปูนเปลือย หรือระเบียงไม้ที่แทบไม่ได้ผ่านการตกแต่งใด ๆ เลย อีกทั้งองค์ประกอบส่วนใหญ่ก็ใช้ทรงเรขาคณิตเป็นต้นแบบในการดีไซน์ อย่างเช่น ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เห็นได้จากกำแพงบล็อกซีเมนต์ด้านนอก กับพาร์ทิชั่นในห้องครัว และราวบันไดของบันไดวนที่ตกแต่งด้วยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีการเรียงตัวที่แลดูคล้ายกับอิฐสร้างบ้าน เป็นต้น

ส่วนบรรยากาศภายในบ้านก็ยังดูสบายและเป็นกันเอง จากการที่ผู้ออกแบบนำสีขาวมาใช้เป็นหลักในการตกแต่งทั้งตัวอาคาร และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวยังช่วยเพิ่มความสว่างไสวให้กับภายในมากขึ้น ในเวลาที่แสงจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่าง และบานกระจกสไลด์ที่ใช้คั่นระหว่างห้องนั่งเล่นกับระเบียงไม้ด้วย ที่สำคัญสีขาวยังทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความรู้สึกสงบ เหมาะสำหรับเป็นเกราะกำบังให้กับผู้ที่ต้องการหลบหลีกความวุ่นวายของตัวเมืองได้ดีทีเดียว

และถึงแม้วัสดุที่นำมาใช้จะมีความแตกต่างกันไม่น้อย เพราะบางส่วนเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ ในขณะที่บางส่วนเป็นที่ถูกสังเคราะห์ขึ้น แถมสีสันก็อยู่กันคนละขั้ว ทั้งแผ่นไม้ บล็อกซีเมนต์ และของตกแต่ง ได้แก่ ลายผ้าบุโซฟา สีเก้าอี้ หรือภาพวาด แต่ทุกอย่างก็ดูลงตัวสวยงามอย่างมีสไตล์บนความต่างที่ไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยนักในการแต่งบ้านทั่วไป ใครชื่นชอบแบบบ้านสไตล์อินดัสเทรียล ที่ดูดิบ ๆ แต่มีสไตล์ ลองเก็บไว้เป็นไอเดียกันนะคะ

แต่งคอนโดอินดัสเทรียลสีเข้ม ให้ออกมาสวยเท่ น่าอยู่ แบบคอนโดอินดัสเทรียลสำหรับหนุ่มโสด จะเจ๋งแค่ไหนต้องไปชม

เนื่องจากมีหนุ่มโสดจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่คอนโด เพราะสะดวกสบายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบตัวคนเดียวมากกว่า การตกแต่งคอนโดสไตล์อินดัสเทรียล ของ House Design 好室設計 ที่เว็บไซต์ homedit.com นำมาให้ชมกัน น่าจะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการตกแต่งคอนโดของหนุ่มโสดหลาย ๆ คนได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะหนุ่มที่ชื่นชอบหนังซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล

บนพื้นที่ประมาณ 92 ตารางฟุต ในคอนโดแห่งหนึ่ง ที่ครอบครองโดยหนุ่มโสดอาชีพวิศวกร วัย 30 ปี ถูกตกแต่งด้วยสไตล์อินดัสเทรียลตลอดทั้งห้อง ตามความต้องการของเจ้าของห้องที่อยากได้คอนโดเท่ ๆ แบบอารมณ์ผู้ชาย ถูกดึงดูดด้วยการตกแต่งที่น่าสนใจ ภายใต้บรรยากาศที่ดูสบาย ๆ และเรียบง่ายไปพร้อม ๆ กัน

การออกแบบก็เลยเลือกใช้คอนกรีต เหล็ก กระจก ไม้ และวัสดุที่มีพื้นผิวที่แตกต่าง เช่น ผนังอิฐโชว์แนว มาตกแต่งรวมกัน แถมยังดูคลาสสิกทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์หนัง อีกทั้งแม้สีที่นำมาตกแต่งจะดูหม่น ๆ แต่ในห้องก็ค่อนข้างสว่างมากทีเดียว หลังจากที่เปลี่ยนผนังหลังห้องทั้งหมดเป็นหน้าต่างใสขนาดใหญ่ พร้อมทั้งประดับด้วยไฟที่ให้แสงได้รอบทิศทาง บวกกับพาร์แนลสไลด์ที่กั้นระหว่าง ห้องนั่งเล่น กับห้องทำงาน ก็ยังสามารถเลือกที่จะกางออกมา หรือพับเก็บได้ด้วย

ที่สำคัญไปกว่านั้นยังสามารถเข้าถึงตัวตนของเจ้าของห้องนี้ได้ ผ่านของตกแต่งแบบซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลที่แฝงอยู่ตามมุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โล่กัปตันอเมริกา หมัดสีเขียวของเดอะ ฮัลค์ รวมไปถึง หน้ากากไอรอนแมน และหากมองออกไปจากห้องนั่งเล่นก็จะพบกับกระดานดำขนาดใหญ่เท่าผนัง เอาไว้ให้เขียนกันลืมได้อีกด้วย

หากพื้นที่ในบ้านคับแคบ อยากจะขยับขยายให้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ในขณะเดียวกันก็อยากได้บ้านที่ดูโปร่งโล่ง สบาย สว่าง ไม่เปิดจนขาดความเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่ปิดทึบจนน่าอึดอัด มีลมพักโกรกตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกร้อน สอดคล้องกับสภาพอากาศของเมืองไทย วันนี้จะพาไปชมแบบ บ้าน 2 ชั้นสวย ๆ ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ จากนิตยสาร room พร้อม ๆ กันค่ะ

บ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้เป็นของ คุณเอ็ม ชานนท์ คูวัฒนะศิริ และคุณแป้ง พีรยา นาคพีระยุทธ คู่สามี-ภรรยาที่มีความตั้งใจอยากขยับขยายครอบครัวเพื่อต้อนรับสมาชิกตัวน้อย กับโจทย์ที่ต้องการบ้านขนาดเล็ก มีช่องแสงไม่มากเกินไป เพราะไม่ต้องการให้บ้านร้อน และต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันบ้านยังคงต้องสามารถระบายอากาศได้ดี จากความต้องการเหล่านี้จึงมาลงตัวกับบ้านทรงกล่องดีไซน์เรียบง่าย

ด้านหน้าบ้านดูเรียบนิ่งด้วยผนังเมทัลชีทสีเทาเข้ม ที่ใช้ระบบคลิปล็อกช่วยให้งานดูเนี้ยบและประหยัดเวลา แต่เนื่องจากหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้จึงออกแบบช่องแสงเปิดเฉพาะในส่วนของโถงทางเดิน และห้องนอนเท่านั้น เพื่อควบคุมปริมาณความร้อนไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน
แม้มองจากภายนอกจะดูทึบตัน เพราะอยากจำกัดช่องเปิดทางทิศตะวันตกและทิศใต้ไม่ให้เปิดรับแดดโดยตรง แต่ได้แอบแทรกพื้นที่สีเขียวด้วยคอร์ตกลางบ้านไว้ภายในสำหรับเป็นช่องเปิดและช่องแสงหลักให้กับบ้าน การทำคอร์ตกลางบ้านที่เปิดเป็นช่องแสงเช่นนี้ ช่วยให้ลมทะลุจากหน้าบ้านไปยังหลังบ้าน อีกทั้งยังพัดพาความเย็นจากบ่อน้ำเข้ามาสู่ตัวบ้านได้อีกทางหนึ่ง ทั้งยังไม้ประธานอย่างต้นสงวนทองใบละเอียดสีเขียวดูพลิ้วไหวยังช่วยเพิ่มความอ่อนโยนให้แก่บ้านที่เต็มไปด้วยโครงสร้างแข็งกระด่างได้อย่างดี

สำหรับพื้นที่ใช้งานภายในได้ออกแบบเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนพักอาศัยบริเวณชั้น 1 ฝั่งซ้าย จัดวางแบบโอเพ่นแปลน ประกอบด้วยส่วนนั่งเล่นเชื่อมต่อไปยังส่วนรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร และครัวไทย ก่อนจะนำไปสู่ชั้น 2 ที่กำหนดเป็นห้องทำงาน ห้องซ้อมดนตรี และห้องนอน อีกส่วนคือพื้นที่ชั้น 1 ฝั่งขวา แยกออกมาอย่างเป้นสัดส่วนสำหรับใช้เป็นห้องนอนคุณพ่อคุณแม่ หรือแขกที่มาเยี่ยมเยือน กับห้องเลี้ยงเด็กในอนาคต โดยพื้นที่ฝั่งซ้ายและขวาได้รับการเชื่อมต่อด้วยชานบ้านขนาดพอดีสำหรับทำหน้าที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ทำกิจกรรม จากชานบ้านชั้นล่างสามารถเชื่อมไปยังระเบียงขนาดใหญ่ชั้น 2 ด้วยบันไดที่ทำแยกไว้ต่างหากด้านนอก พื้นที่ระเบียงถูกปิดล้อมด้วยผนังสีขาวขนาดสูงเพื่อบังสายตาจากด้านนอกเพื่อความเป็นส่วนตัว เหลือช่องเปิดไว้ด้านบนสำหรับมองท้องฟ้า เหมาะออกมานั่งนักผ่อนชมดาวยามค่ำคืน

นอกจากฟังก์ชันที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตได้อย่างดีแล้ว งบประมาณและระยะเวลาในการก่อสร้างถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย โดยคุณเอ็มได้ศึกษาเรื่องวัสดุต่าง ๆ ก่อนนำไปพัฒนาผ่านเทคโนโลยีใหม่ในงานก่อสร้าง เช่น ระบบผนังที่ใช้ “โฟมกรีต” เป็นการผสมระหว่างโฟมกับเนื้อปูนปิดผิวด้วยบอร์ด มีข้อดีคือเป็นผนังสำเร็จรูปสามารถติดตั้งได้ง่าย ก่อนซ้อนทับด้วย Breathable Membrane แผ่นเมมเบรนหายใจได้ช่วยกันน้ำไม่ให้เข้าบ้าน แต่ยอมให้ความชื้นในบ้านสามารถทะลุผ่านออกไปได้ กลายเป็นผนังสองชั้น ก่อนปิดทับด้วยแผ่นเมทัลชีทอีกทีหนึ่ง เท่านี้ก็ช่วยกันความร้อน และมลภาวะทางเสียงรอบ ๆ ได้เป็นอย่างดี รวมด้วยไม้เทียม และระแนงอะลูมิเนียมเพื่อป้องกันปลวกช่วยประหยัดเวลาในการก่อสร้างแถมยังให้ลุคอินดัสเทรียลลอฟต์โทนสีเข้มขรึมอย่างที่เจ้าของต้องการ ออกแบบบริเวณบ้าน

หนังแอคชั่น แนะนำ เรื่องไหนน่าดู บู๊ระห่ำ สุดมันส์ทะลุจอ

Legendary Pictures, Syncopy Inception 1

Inception

หนังแอคชั่น ดูหนังพากไทย ไซไฟขึ้นหิ้งโดยผู้กำกับฝีมือดี Christoper Nolan กับพล็อตสุดล้ำอย่างการโจรกรรมข้อมูลในฝันของผู้อื่น นำทีมโดย “ดอม คอบบ์” แต่แล้ววันหนึ่งแผนโจรกรรมของเขากลับล้มเหลว จึงต้องมารับข้อเสนอให้ทำภารกิจปลูกฝังข้อมูลลงในจิตสำนึกของเป้าหมายคนหนึ่ง แลกกับการหลุดพ้นจากการเป็นอาชญากร และได้กลับไปหาลูก ๆ ของตนเอง ในหนังเรื่องนี้คุณจะได้พบแผนการอันซับซ้อน การดำเนินเรื่องอย่างมีชั้นเชิง CG ของการบิดฉากในฝัน และซีนแอคชั่นสุดมันตลอดทั้งเรื่อง เมื่อรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันแล้ว จึงทำให้หนังเรื่องนี้สนุกมากเสียจนไม่อยากจะละสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียวเลยค่ะ

20th Century Fox, Marvel Entertainment, Kinberg Genre, The Donners' Company, TSG Entertainment Deadpool 1

Deadpool

หนังแอคชั่น ซูเปอร์ฮีโร่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความกวนโอ๊ยเกินจะรับมือไหว ผู้ซึ่งเคยไปปรากฎตัวในหนังเรื่อง X-Men Origins: Wolverine มาแล้ว ในหนังเดี่ยวเรื่องนี้จะเล่าถึงความเป็นมาของ “เดดพูล” ไปจนถึงการออกตามล่าวายร้ายแบบโหดเหี้ยม แต่แฝงความทีเล่นทีจริงชวนให้ทั้งศัตรูและคนดูปวดหัวไปตาม ๆ กัน ในด้านฉากต่อสู้ของเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดุดัน เลือดสาด และแสบสัน สมเป็นเดดพูล พร้อมด้วยมุกตลกเสียดสีทุกสิ่งอย่างที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะให้คุณแบบไม่หยุดหย่อน แม้จะถูกนับว่าเป็นฮีโร่ แต่การกระทำที่ขัดกับสถานะก็ทำให้เดดพูลเป็นตัวละครที่แปลกใหม่และน่าสนใจ จนได้ใจผู้ชมไปอย่างล้นหลามเลยค่ะ

Warner Bros. Pictures, DC Comics, Legendary Pictures, Syncopy The Dark Knight 1

The Dark Knight

หนังแอคชั่น จนถึงปัจจุบันมีหนังแบทแมนออกมาให้ดูกันหลายรุ่นแล้ว แต่หากพูดถึงหนังแบทแมนที่ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์มากมายก็ต้องเป็น The Dark Knight ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับมากฝีมือ Christopher Nolan ในเรื่องนี้คุณจะได้พบกับบรรยากาศอึมครึมของเมือง Gotham และการต่อสู้ของแบทแมนกับฝ่ายอธรรมที่ชวนลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง แบทแมนจะต้องรับมือกับศึกรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง “โจ๊กเกอร์” ซึ่งหนังนำเสนอออกมาได้ลึกซึ้งและน่ากลัวมากเสียจนผู้ชมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือหนึ่งในโจ๊กเกอร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด หากใครชอบหนังแอคชั่นที่มีเนื้อหาจริงจังน่าจะถูกใจหนังเรื่องนี้ไม่น้อยเลยค่ะ

Warner Bros. Pictures, Syncopy Tenet 1

Tenet

หนังแอคชั่น แนวสายลับฝีมือผู้กำกับ Christopher Nolan และพล็อตสุดล้ำที่เกี่ยวกับการย้อนกลับของเวลา ซึ่งสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการจนใครหลายคนต่างยกให้เป็นหนังแอคชั่นไซไฟชั้นเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่ง โดยมีเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจยับยั้งการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ของชายคนหนึ่งที่ต้องมาทำงานในฐานะสายลับให้กับองค์กรปริศนา และได้พบกับอุปกรณ์ควบคุมการไหลของเวลา ด้วยทฤษฎีอิงหลักฟิสิกส์เกี่ยวกับเวลาที่ไม่ใช่การข้ามไปยังอดีตหรืออนาคต ทำให้หนังค่อนข้างเข้าใจยาก จึงต้องใช้จินตนาการแทนความพยายามที่จะเข้าใจทฤษฎีต่าง ๆ แล้วคุณจะสามารถเข้าถึงความสนุกของหนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ

Summit Entertainment, Thunder Road Pictures, 87Eleven Productions, MJW Films, DefyNite Films John Wick 1

John Wick

หนังเรื่องแรกในหนังชุด John Wick เล่าถึงเรื่องของนักฆ่าอันดับหนึ่งที่ล้างมือจากวงการเพื่อไปใช้ชีวิตกับคนรัก เมื่อคนรักของเขาเสียชีวิตลงก็ได้ทิ้งลูกสุนัขไว้เป็นของดูต่างหน้าให้เขา ทว่าวันหนึ่งสุนัขของเขาถูกฆ่าตายโดยกลุ่มวัยรุ่นที่มาบุกบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น ยังขโมยรถของเขาไปอีก ด้วยเหตุนี้ อดีตนักฆ่าจึงได้กลับคืนวงการ ออกลุยเดี่ยวไล่ล่าอันธพาลที่เล่นงานเขาไว้ ตัวบทค่อนข้างเข้าใจง่าย อธิบายสาเหตุในส่วนต้นเรื่องเพียงไม่นานก็เข้าสู่การไล่ล่าแสนดุเดือดไปจนจบ เน้นฉากแอคชั่นต่อสู้ทั้งแบบมือเปล่า และยิงปืนกระหน่ำจุใจคอหนังแอคชั่นอย่างแน่นอนค่ะ

Skydance Media, Bad Robot Productions, TC Productions, Alibaba Pictures Mission: Impossible Fallout 1

Mission: Impossible Fallout

Mission: Impossible – Fallout | Christopher McQuarrie

กลับมาอีกครั้งกับ IMF ภาค 6 หนึ่งในหนังที่ทอม ครูสเอามาชุบชีวิตด้วยทีมงานของตัวเอง กับผู้กำกับคู่หูที่ร่วมทำกันมาตั้งแต่ Edge of Tomorow และด้วยทัศนวิสัยด้านการทำหนัง Box office ของทั้งหมด ทำให้หนังที่ทอม ครูสมีส่วนร่วมในการออกทุนนั้นสนุก คุ้มค่าในการรับชม ภาคนี้ก็ไม่ต่างกันเลย มันมันส์ ลุ้นตัวโก่ง ซ้อนแผนกันอุดตลุด แถมได้ดาราคิวทองมาเสริม ก็ยิ่งทำให้หนังมีความครบเครื่องอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หนังมีครบทุกอย่างที่ IMF ควรจะมี และก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการเน้นความสมจริงให้มากยิ่งขึ้น โดยทำ CG ให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จึงได้หนังที่มีความดุดัน จริงจัง ที่ผสมกับองค์รวมของหนังแอคชั่นทุนสูง ทำให้หนังมีความกลมกลืนของความเนี๊ยบและดิบได้อย่างน่าสนใจ หนังอาจมีเนื้อหาที่ซับซ้อน จำเป็นต้องได้รับการเชื่อมโยงจากภาค 5 แต่ในทางกลับกันมันก็สามารถดูได้แบบเรียบง่าย คนนี้หลอกคนนี้ คนนี้จัดฉากขึ้น ตัวร้ายคือคนนี้ เราสามารถทิ้งเนื้อหาไปทั้งหมด และจดจ่อกับคิวบู๊ที่บรรจงละเมียดจากทอม ครูส ที่ลงทุนแสดงเองเกือบหมด

ด้วยความสมจริงที่ใกล้เคียงกับการโม้นี่เอง ทำให้ IMF ภาค Fallout ก้าวขึ้นมาโดดเด่นกว่าหนัง CG ตระกาลตาในยุคนี้ ประกอบกับการวางโครงสร้างเรื่องที่เรียบง่าย แต่ซับซ้อน ทำให้หนังเสพง่าย เข้าถึงผู้คนได้สบายๆ และช่วงหักมุม แผนซ้อนแผนในช่วงท้ายๆ ก็ช่วยขับเน้นองค์ประกอบสำคัญของ IMF ให้มีความพีคสุดๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่เต็มไปด้วยคิวบู๊แห่งการลุ้นแบบสุดตัว

IMF เหนือกว่ามาตรฐานเดิมที่เคยทำไว้ จากเดิมที่ดีอยู่แล้ว ความเสี่ยงที่จะเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยออก ให้เหลือเท่าที่จำเป็น และท้าทายด้วยคิวบู๊ที่สมจริงมากๆแทน ออกผลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผสมรวมกับตัวร้ายสุดฉลาด และตัวละครที่เรารักจากภาคก่อนๆ ทำให้หนังเรื่องนี้มีความลงตัวอยู่สูงมากๆ

เป็นหนังแอคชั่นที่ดีนะครับ หนัง IMF ลุ้นตัวโก่งชนิดที่เอาอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ ไม่หลับแน่นอน

TriStar Pictures, MRC, Big Talk Productions, Working Title Films Baby Driver 1

Baby Driver

Baby Driver จี้ เบบี้ ปล้น เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้ถูกจริตคนดูเป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องราวของหนังที่มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นดราม่าเล็กๆ ความรัก ความฮา การต่อสู้การและเอาตัวรอด โดยหนังเอาสิ่งเหล่านี้มาผสมให้คนดูรู้สึก ดูแล้วถูกจริต ดูแล้วมันน่าติดตาม มันรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวเอก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาได้สำเร็จมากๆในจุดนี้

ด้านเนื้อเรื่อง ต้องบอกก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้มีการเอาอารมณ์หลายๆอย่างเข้ามาผสมดังนั้นหากคุณต้องการหนังที่มีความเข้มข้น ความดราม่า กระฉากอารมณ์ เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมกับคุณนัก แต่ถ้าหากคุณเปิดใจดูหนังเรื่องนี้คุณจะพบกับหนังที่เบาๆ แต่มันส์โครต โดยตัวหนังจะเน้นเป็นเรื่องราวของ เบบี้ หนุ่มพูดน้อยแต่มีสกิลตีนผีระดับเทพ โดยตัวเขานั้นมักจะถูกจับให้ไปขับรถให้แก๊งค์โจรแก๊งค์หนึ่งที่เวลาออกปล้นนั้นมักจะไม่ใช้สมาชิกเดิมซ้ำๆ แต่ถ้าหากถามว่าตัวเขาอยากทำแบบนี้หรือไม่คงต้องตอบว่า เขาไม่อยากทำแต่สถานการณ์ต่างๆมันพาไป นอกจากเรื่องสกิลขับรถขั้นเทพแล้วเขาก็ยังมีความชอบส่วนตัวเกี่ยวกับเพลงอีกทำให้เขามีงานอดิเรกที่แปลกๆ แต่ความแปลกนั่นเองทำให้เขาได้พบกับรักที่ยากจะลืม

จำเป็นต้องร้าย อย่างที่บอกว่าตัวละคร เบบี้ นั้นไม่ได้ต้องการเป็นคนขับรถให้กับแก๊งค์โจรหรอก แต่ด้วยเหตุการณ์ในช่วงที่เขาเป็นวัยรุ่นนั้นมันผิดพลาด เขาจึงต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ และเขาก็หวังว่าเมื่อชดใช้ครบแล้วก็จะออกจากวงการนี้ แต่การจะออกจากวงการนี้มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นก็ต้องมาเอาใจช่วยกันว่า เบบี้ จะสามารถชดใช้ และ ออกจากวงการนี้ได้หรือไม่

ฉากแอ็คชั่นที่ไม่ได้ดึงดูด แต่ก็สนุก ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมีฉากแอ็คชั่นไม่มากนัก แต่ทุกฉากแอ็คชั่นก็ทำออกมาได้ดี รู้สึกไหลลื่นซึงผมมองว่าผู้กำกับนั้นทำการบ้านมาดี ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการขับรถของตัวละคร เพลงที่ใช้ประกอบ และแม้แต่ฉากที่เลือกวิวได้ดี ซึ่งจุดนี้เองมันทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ถึงมีฉากแอ็คชั่นน้อยแต่มันก็เพลิน

สรุป หนังเรื่องนี้เป็นหนังปล้นที่เนื้อเรื่องเบาๆ ดูได้สนุกไม่กดดัน ฉากแอ็คชั่นถึงจะมีน้อยแต่ก็สนุก เพลงที่หนังเลือกใช้ในฉากต่างๆมีความเข้ากัน ทำให้หนังดูสนุกไม่น่าเบื่อเลย

เผายันเช้า คืนเดียว 9 ศพติดโควิด วัดราษฎร์ประคองธรรม ไม่หวั่นเตาพัง

เผายันเช้า คืนเดียว 9 ศพติดโควิด วัดราษฎร์ประคองธรรม ไม่หวั่นเตาพัง

เผายันเช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจเผาศพผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ในการช่วยเหลือของ วัดราษฎร์ประคองธรรม อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งดำเนินภารกิจเรื่อยมาเกินกว่า 130 รายแล้วนั้น โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางวัดราษฎร์ประคองธรรม ได้ดำเนินการเผาศพผู้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวานนี้จนมาสิ้นสุดในเช้าวันนี้เวลา 05.13 น. จำนวน 9 ศพ

โดย นายไพรัช สุดธูป ไวยาวัจกรวัดราษฎร์ประคองธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ทางวัดมีภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการเผาศพผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิดอย่างต่อเนื่องด้วยกันถึง 9 ศพ ทำให้ต้องใช้เตาใช้เมรุติดต่อกันโดยแทบไม่ได้พัก ซึ่งเคสที่หนักที่สุดนับตั้งแต่ทางวัดดำเนินการเผาศพผู้เสียชีวิตมา คือ ศพชายไทย อายุ 85 ปี น้ำหนัก 250 กิโลกรัม จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักมากที่สุดเท่าที่ทางวัดเคยรับมาดำเนินการ ทำให้ทางวัดต้องสั่งโลงศพขนาดพิเศษเพื่อรองรับใส่ร่างผู้เสียชีวิตรายนี้เนื่องจากทางวัดไม่มีโลงขนาดใหญ่พิเศษมาก่อน

ไวยาวัจกรวัดราษฎร์ประคองธรรม กล่าวอีกว่า หลังทางวัดรับทราบภารกิจที่จะต้องไปรับร่างผู้เสียชีวิตที่มีน้ำหนักมากถึง 250 กิโลกรัมที่ โรงพยาบาล ศิริราชในช่วงเช้า จึงได้ปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เนื่องจากโลงที่วัดไม่มีขนาดที่จะใส่ร่างผู้เสียชีวิตรายนี้ได้ ทางพระครูกิตติวิริยาภารณ์ เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม จึงได้สั่งการให้สั่งซื้อโลงใหม่ขนาดไซซ์พิเศษในทันที เพื่อจะได้มีโลงไปรับร่างผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการฌาปนกิจต่อไป โดยศพจะไม่ติดค้างไว้ที่โรงพยาบาล จนกระทั่งโลงมาเสร็จในช่วงเย็นทางวัดจึงสามารถนำโลงไปบรรจุร่างผู้เสียชีวิตที่น้ำหนักมากที่สุดรายนี้ดำเนินการฌาปนกิจได้สำเร็จ

ไวยาวัจกร กล่าวอีกว่า ด้วยน้ำหนักของผู้เสียชีวิตที่มีน้ำหนักมากที่สุดเท่าที่ทางวัดเคยเผามา ทำให้เกิดความกังวลใจในการช่วงยกโลงจากรถขึ้นเตาเผา เพราะกลัวโลงหล่นมาแตก จะทำให้ภารกิจเกิดความยุ่งยากมากขึ้นไปอีกเพราะไม่มีโลงพิเศษสำรองไว้ ทำให้คนต้องระดมเจ้าหน้าที่ของวัดมาช่วยกันยกจำนวน 9 คน ซึ่งแม้จะทุลักทุเลไปหน่อยแต่ก็สามารถยกโลงที่มีน้ำหนักมากที่สุดเข้าเตาเผาได้สำเร็จ จากที่แรกกังวลว่าโลงจะใหญ่กว่าเตาเผาศพ ซึ่งทุกอย่างก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ด้วยความเรียบร้อย ซึ่งทางวัดต้องเร่งดำเนินการเผาศพ 9 ราย ที่รับมาให้เสร็จสิ้น ทำให้ภารกิจฌาปนกิจศพสุดท้ายของเมื่อวานนี้มาเสร็จสิ้นเอาในเช้าวันที่ 18 ก.ค. เวลา 05.13 น.

หนังไซไฟ-สยองขวัญ ผีอวกาศ สั่นประสาทต่างดาว น่ากลัวสุดๆ

Dreamcatcher

หนังไซไฟ-สยองขวัญ ดรีมแคทเชอร์ “ล่าฝันมัจจุราช” เป็นหนังสยองขวัญแนววิทยาศาสตร์ จากอเมริกัน ถูกสร้างจากนวนิยายของสตีเฟนคิง เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญ โดยเข้าฉายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2546

*Dreamcatcher มีความหมายว่า เครื่องรางสำหรับจับฝันร้ายอของชนเผ่าอินเดียนแดง แต่เรื่องนี้จะใช้ดักเอเลี่ยนตัววร้าย

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวจะมาล้างโลก ฟังดูแล้วน่าจะเป็นเค้าโครงแบบเดิมๆ แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วมีความซับซ้อน แยบยล ชวนให้ติดตามและลุ้นระทึกไปกับตัวละครว่า ตัวประหลาดนั้นคืออะไร แล้วมาทำอะไรที่โลกนี้

บอกเลยว่า ดรีมแคทเชอร์ เรื่องนี้สนุกมากสำหรับคนที่ชอบความลีลับ แบบไม่อลังการ เพราะจะไม่มีฉากแอกชั่นแบบเอเลี่ยนบุกโลก ไม่เน้นความเอฟเฟคตื่นตาตื่นใจ แต่จะให้เราใช้สมองและใจไปกับหนัง

แม้ในตอนแรกจะดูงง หลายคนคิดไม่ทันก็อาจจะบอกว่าบทมั่ว แต่นี้คือความซับซ้อนและหลอกล่อจากผู้เขียน แล้วหักมุมในตอนท้ายเรียกว่าเซอร์ไพรส์คนดู แล้วทำให้เรารู้ว่า มนุษย์นั้นไม่ได้โดดเดี่ยว (อุ๊บ! ไม่สปอยนะจ๊ะ) ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย

Sphere

หนังไซไฟ-สยองขวัญ Sphere “มหาภัยสะกดโลก” เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญแนวจิตวิทยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2541 หนังเรื่องนี้ได้สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกัน โดยมี 3 นักแสดงนำชื่อดังอย่าง ชารอน สโตน, ดัสติน ฮอฟแมน และซามูเอล แจ็คสัน ประชันบทบาทได้เข้มข้น

Sphere หมายถึงวัตถุวงกลมสุดประหลาดที่ไม่ทราบที่มาและไม่รู้ว่ามันคืออะไร เหล่านักวิชาการต้องมาพิสูจน์และศึกษามัน จนทำให้พวกเขาพบกับความสงน และสะพรึ่งถึงความสามารถสุดขีด แต่จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับใจมนุษย์

สุดยอดแห่งหนังวิทยาศาสตร์ที่น่ากลัวสุด บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีปีศาจ หรือสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ไหนโผล่มาจะเอ๋ ตุ้งแช่ ให้เราได้ขวัญผวาแบบหนังสยองขวัญทั่วไป แต่จะหลอนเราด้วยปริศนาและสิ่งที่อธิบายได้ กับภาวะกดดันที่ตัวละครต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมปิดใต้ท้องทะเลลึก

หนังแนวอวกาศ สยองวัญ

Event Horizon (1997)

หนังไซไฟ-สยองขวัญ Event Horizon เป็นหนังสยองขวัญแนววิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2540 มีชื่อภาษาไทยว่า ยานนรกสุดขอบฟ้า ถ้าพูดถึงหนังไซไฟน่ากลัวสุดสยองขวัญ เราจะพลาดกับหนังเรื่องนี้ไม่ได้

เมื่อทีมกู้ภัยออกตรวจสอบยานอวกาศที่หายไปในหลุมดำ ยาน Event Horizon เคยไปไกลถึงมิติที่เราไม่รู้จัก และตอนนี้ได้กลับมา มันพาบางอย่างออกมาด้วย…

ใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ จะบอกว่านี้เป็นหนังล้ำในเชิงไอเดีย ที่พาเราไปเจอเรื่องประหลาด ตามหาความจริง และหักมุมในตอนท้าย เป็นหนังที่ท้าทายนักดูหนังสยองขวัญอย่างยิ่ง

Pandorum

หนังไซไฟ-สยองขวัญ Pandorum (แพนดอรัม) มีชื่อภาษาไทยว่า “ลอกชีพ” เป็นหนังแนววิทยาศาสตร์และแนวสยองขวัญ สัญชาติอังกฤษ – เยอรมัน และออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2551

หนังเกี่ยวกับการผจญภัยในยานอวกาศและต้องเอาชีวิตรอด ซึ่งสร้างออกมาแล้วสนุกใช้ได้เลยทีเดียว แม้จะไม่สามารถเทียบความคลาสิกอย่าง Aliens ก็ตาม แต่เนื้อเรื่องก็สะกดคนดูได้ อีกทั้งยังมีตอนหักมุมเซอร์ไพรส์คนดูให้ทึ่งไปเลย จนเรียกได้ว่าหนังดีจริงๆ

สำหรับคนรักหนังสยองขวัญไซไฟจะตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปกับฝันร้ายบนห้วงอวกาศ ในภารกิจการเดินทางไปดาวดวงใหม่อันไกลโพ้น เพื่อสร้างอาณานิคมแห่งใหม่ให้มนุษย์ แล้วเมื่อ 2 นักบินที่ตื่นจากหลับจำศีลก็เจอกับความน่าสะพรึงกลัวภายในยาน

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ใช้ความกดดันให้อยู่ในที่แคบและมืด แล้วตัวละครมีอาการจิตหลอนว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือภาพหลอนที่เกิดผลกระทบจากหลับจำศีล ทำให้หนังเรื่องนี้ดูแล้วลุ้นจนหายใจไม่ทั่วท้องทีเดียว

Apollo 18

Apollo 18 ว่าด้วยเรื่องจริงของภารกิจลับบนยาน Apollo 18 เมื่อปี 1973 จากองค์การ นาซ่า แต่ภายหลังภารกิจนี้ก็ได้ถูกยกเลิกไป หลังจากที่ทีมสำรวจของยาน Apollo เจอรอยเท้าของ “เอเลี่ยน” บนดวงจันทร์ จะเกิดอะไรขึ้นกับนักบินอวกาศกลุ่มนี้ พวกเขาจะรับมือกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี้อย่างไร และจะสามารถกลับมายังโลกได้หรือไม่ หรือนี้คือเหตุผลที่ทำให้มนุษย์ไม่เคยกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกเลย

เนื้อหาสั้นๆไม่บอกรายละเอียดมากนักซึ่งก็ดีมากๆ เพราะทำให้การเข้าไปชม Apollo 18 เร้าใจและน่าจะอินได้เต็มที่หากคุณรู้จักโครงการอวกาศนี้มาบ้างก็จะทำให้การชมหนังเรื่องนี้สนุกมากพอสมควร

จะด้วยสไตล์ของการถ่ายทำที่กำลังเป็นที่นิยมบวกกับการเดินเรื่องในแนวทางหนังสารคดีที่เน้นภาพสมจริงและดูrealมากๆ ทำให้เหตุการ์ณในหนังดูน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการนำเรื่องราวการทำงานในอวกาศ การใช้ชีวิตในยานแคบๆ การกินอยู่หลับนอนที่ดูไม่สะดวกสบาย ทำให้เราเห็นภาพการใช้ชีวิตปฎิบัติภารกิจที่ไม่เหมือนภาพฝันที่เด็กๆฝันถึงเหมือนในหนังฮอลลีวู้ด เรื่องอื่นๆ

การตัดสลับไปมาระหว่างภารกิจบนพื้นราบของยาน Liberty และการสื่อสารกันไปมากับ Freedom ยานแม่ที่ลอยอยู่ในวงโคจรรอบดวงจันทร์ภายใต้การบังคับการของกับตัน Ryan Robbins (John Grey) ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนักบินอวกาศในยานสำรวจ Liberty อย่างผู้การ “Nate” Walker (Lloyd Owen)หัวหน้าปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ กับลูกทีมอย่าง “Ben” Anderson (Warren Christie)ค่อยๆพบความผิดปรกติรอบๆตัวมากขึ้นเรื่อยๆ หนังทำให้คนดูค่อยๆถูกกดดันไปพร้อมๆกันกับนักบินทั้งสอง จากการเล่าเรื่องด้วยภาพที่เน้นให้เห็นความผิดปรกติของทุกสิ่งรอบๆมากขึ้นทุกๆนาทีที่ผ่านไป ภาพการถูกกดดันจากเหตุการณ์แปลกๆรอบๆตัว ได้ผลดีกับผู้ชม ดนตรีประกอบก็มีส่วนช่วยสร้างความตื่นเต้นและกดดันมากๆด้้วย ลองคิดเล่นๆว่าคุณอยู่ห่างจากโลกเป็นแสนๆกิโลเมตร อยู่ในอวกาศที่เงียบงัน ถ้าเพียงมีเสียงแปลกๆเกิดขึ้นมันจะสร้างความตื่นตกใจให้เราได้ขนาดไหนและหนังเรื่องนี้ก็ใช้ทุกๆอย่างในสูตรสำเร็จหนังตื่นเต้นเขย่าขวัญเดิมๆ มาทำให้มันได้ผลอีกครั้ง

ผมดูหนังเรื่องนี้ด้วยความเพลิดเพลินดีทีเดียว แม้จะไม่ค่อยชอบหนังที่ใช้การถ่ายทำด้วยภาพเกรนๆ จากกล้อง vdo ตัดสลับไปมาทุกๆนาทีที่ชวนปวดหัวนัก แต่ด้วยการดำเนินเรื่องด้วยความสมจริงของมันนี่เองที่ทำให้หนังดูน่าเชื่อถือและน่าติดตามไปตลอดถึงการเอาตัวรอดของนักบินทั้ง 2 มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็เพราะสูตรก็ยังเป็นสูตรเสมอในหนังเขย่าขวัญสั่นประสาทจากฮอลลีวู้ด เมื่อการค้นพบสัตว์ประหลาดถูกเผยขึ้น ความคุ้นๆกับการเล่าเรื่องในสไตล์นี้ก็เข้ามาคุมโทนและบรรยากาศแทน จะว่าดีก็ได้เพราะทำให้บรรยากาศชวนอึดอัดที่อั้นมาตลอดทั้งเรื่องถูกระบายออกและหนังก็เดินหน้าใส่ไม่ยั้งกับการเล่นเอาล่อเอาเถิดกับคนดูที่ต้องคอยลุ้นกับนักบินทั้งสองว่าจะรอดจากเหตุการณ์เหล่านี้ไปได้ยังไง แต่ลึกๆผมก็รู้สึกเสียดายความสมจริงของหนังที่ปูมาตั้งแต่ต้นไปเหมือนกันกับนักแสดงทั้ง 2 คนในยาน Liberty เล่นได้ดีมากๆ จะเพราะเป็นดาราที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตากันซักคนก็ช่วยสร้างความรู้สึกสมจริงให้กับคนดูเข้าไปอีกและนักแสดงทั้งสองก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี

เช่นเคยผู้ร้ายตัวจริงของหนังในแนวสมคบคิดแบบนี้ก็หาใช่ใครที่ไหนนอกจากมนุษย์ด้วยกันนี้เอง และดูผู้สร้างก็จงใจให้เป็นแบบนั้นด้วย

หากคุณชอบหนังในแนว ไซไฟเขย่าขวัญสั่นประสาท ยิ่งได้พื้นฐานความสมจริงในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่มนุษย์ชาติทั้งโลกรู้จักกันดีบวกเข้าไปอีก กับการถ่ายทำที่ดูขึงขังในลักษณะสารคดี ก็ช่วยให้เวลา แค่ 1ชั่วโมงเศษๆของหนังดูสั้นกระชับกำลังดีกับโครงเรื่องทั้งหมดครับ

เป็นหนังที่ดูสนุกใช้ได้ แม้จะไม่แปลกใหม่ล้ำยุค กับการนำเสนอทั้งแนวคิด และภาพในลักษณะนี้ เพราะมีต้นแบบอย่าง หนัง Cloverfield หนังสัตว์ประหลาดบุกนิวยอร์ก เมื่อ หลายปีก่อนเคยทำไว้ จำได้ว่าดูหนังเรื่องนั้นปวดหัวกว่ามากเพราะภาพมันหมุนกันทั้งเรื่อง อ่านจากเว็บไซต์เมืองนอกผู้สร้างหนังเรื่องนี้จงใจเร่งสร้างและเร่งฉายตัดหน้าหนังอีกเรื่องที่มีแนวทางการสร้างคล้ายไกันอย่าง Area 51 ที่กำลังจะออกฉายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ชื่อนี้กับทฤษฎีสมคบคิดก็ดูจะคุ้นๆกันพอควร

ใครกำลังอยากได้อะไรที่ตื่นเต้นชวนขนลุก หรือเบื่อๆกับหนังเขย่าขวัญที่เดินตารอยตัวเองไม่เลิกอย่างซี่รีย์ The Final Destination ที่ยังฉายกันอยู่ การไปชมหนังเรื่องนี้พอช่วยคุณๆได้ครับ

*** อ่ออันนี้สังเกตุเอง ปีนี้ฮอลลีวู้ดต้องมีอะไรกับดวงจันทร์ๆแน่เลยเรา ถึงมีหนังสร้างเกี่ยวกับดวงจันทร์ในซัมเมอร์ถึงสองเรื่อง เรื่องแรก Tranformer 3และก็เรื่องนี้

The Invasion

ผู้กำกับ: Oliver Hirschbiegel, เจมส์ แมคเทก
บ็อกซ์ออฟฟิศ: 40.2 ล้าน USD
งบประมาณ: 50 ล้าน USD
บริษัทที่ผลิต: วอร์เนอร์บราเธอส์, Village Roadshow Pictures, Silver Pictures, Vertigo Entertainment
สปอยหนังโดย : สอง สตูดิโอ

เรื่องย่อ
ยานอวกาศที่ตกลงมาอย่างลึกลับนำไปสู่การค้นพบที่น่ากลัว ด้วยการมาเยือนจากต่างดาวพร้อมกับซากชิ้นส่วน ใครก็ตามที่ได้สัมผัสมันจะเปลี่ยนไปในทางเลวร้ายอย่างที่อธิบายไม่ได้ ไม่นานนักจิตแพทย์สาวแห่งวอชิงตัน ดี.ซี. แครอล เบนเนล (นิโคล คิดแมน) และเพื่อนร่วมงาน เบน ดริสโคล (แดเนียล เคร็ก) ก็ได้เรียนรู้ความเป็นจริงที่น่าช็อคเกี่ยวกับเชื้อโรคจากต่างดาว มันจะจู่โจมเหยื่อในช่วงเวลาที่พวกเขานอนหลับ โดยที่ร่างกายภายนอกไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่กลับไร้ความรู้สึกและไม่มีความเป็นมนุษย์ไปได้อย่างแปลกประหลาด ในขณะที่การติดเชื้อระบาดไปทั่ว ผู้คนมากมายต่างเปลี่ยนไปและไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าใครคือคนที่เชื่อใจได้ ถึงเวลานี้แครอลได้แต่หวังว่าเธอจะตื่นอยู่ได้นานพอจนกว่าจะเจอลูกชายตัวน้อย ซึ่งอาจรู้ความลับที่จะหยุดยั้งการบุกรุกแสนร้ายกาจนี้

นายกฯ ตรวจโควิดครั้งที่ 3 ผลเป็นลบ พรุ่งนี้เตรียมเข้าทำเนียบ

นายกฯ ตรวจโควิดครั้งที่ 3 ผลเป็นลบ พรุ่งนี้เตรียมเข้าทำเนียบ ตารางงานเช้าจรดเย็น

นายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะทำงาน และทีมรักษาความปลอดภัย เข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งที่ 3 หลังจากทำการกักตัว ตั้งแต่จันทร์ที่ 5 ก.ค.

ส่วนผลการตรวจหาเชื้อล่าสุดของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ออกมาเป็นลบ เช่นเดียวกับคณะทำงานและทีมรักษาความปลอดภัยที่ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19

ขณะเดียวกัน ในเย็นวันนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมเป็นประธานในพิธีเปิด Samui Grand Opening รับนักท่องเที่ยวภายใต้รูปแบบ Samui Plus Model ที่หาดเฉวง เกาะสมุย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากยังคงกักตัวภายในบ้านพัก กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.)

ซึ่งหลังจากทำการตรวจเชื้อโควิดทั้ง 3 ครั้ง และผลตรวจเป็นลบ ในวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีเตรียมเข้าปฎิบัติงาน ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยมีวาระงานตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น โดยช่วงเช้าคาดว่า นายกฯ จะรับฟังการสรุปจากคณะ ศปก.ศบค. ก่อนที่จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อสรุปสถานการณ์ภายหลังจากที่มีการประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในพื้นที่ 10 จังหวัด ตั้งแต่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

และในเวลา 18.00 น. นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคอย่างไม่เป็นทางการ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล

เจ๋ง ! สถาปนิกจีนสร้างบ้านหลังใหม่ ใช้ประแจหกเหลี่ยมประกอบเสร็จไม่เกิน 1 วัน

แบบบ้านสำเร็จรูปชั้นเดียว

เจ๋ง แบบบ้านสำเร็จรูปชั้นเดียว ใช้เวลาสร้างไม่เกิน 1 วัน ประกอบด้วยประแจหกเหลี่ยม แบบบ้านราคาไม่เกิน 3 แสนบาท บ้านหลังเล็กราคาประหยัด ไปชมแบบบ้านสำเร็จรูปชั้นเดียวเจ๋ง ๆ หลังนี้กันเลย

ใครว่าบ้านราคาถูกคุณภาพจะแย่คงต้องคิดใหม่ มาดูบ้านสำเร็จรูปจากจีนหลังนี้กัน ราคาแค่สามแสนกว่าบาท ใช้เวลาสร้างไม่ถึงวัน แค่มีกุญแจหกเหลี่ยมก็สร้างได้แล้ว ตัวอย่างเช่นบ้านชั้นเดียสำเร็จรูปที่ออกแบบโดย People’s Architect Office พวกเขาได้ดีไซน์ให้การสร้างบ้านสำเร็จรูปเป็นเรื่องง่ายขึ้น แถมยังตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ครอบคลุมทีเดียว เพราะเป็นบ้านสำเร็จรูปชั้นเดียวที่ทั้งสะดวกสบายและน่าอยู่มาก ๆ ภายในพื้นที่จำกัด

เจ๋ง เจ้าของบ้านเผยว่า เธอต้องการจะอยู่ที่เดิม เพราะเป็นที่ที่พ่อ-แม่ของเธอเคยอาศัย แต่บ้านเก่าก็ชำรุดทรุดโทรมไปมากแล้ว ทีมสถาปนิกเลยจัดการสร้างบ้านสำเร็จรูปชั้นเดียวหลังนี้ขึ้นมาแทน โดยใช้เวลาในการประกอบโครงสร้างไม่เกิน 1 วัน และที่สำคัญใช้ประแจหกเหลี่ยมเพียงอย่างเดียว ก็สามารถสร้างบ้านสำเร็จรูปหลังนี้ได้แล้ว ส่วนราคาอยู่ที่ 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น (ซึ่งถือว่าถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน)

โดยตัวบ้านมีขนาด 27.8 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยห้องครัว ห้องซักล้าง ห้องน้ำ ห้องนอน และมุมนั่งเล่นเอาท์ดอร์บนชั้นดาดฟ้า เนื่องจากเป็นบ้านขนาดเล็ก สถาปนิกจึงออกแบบให้เพดานสูงและตกแต่งใต้ชายคาด้วยกระจกใส เพื่อให้มีแสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามา และเนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่แออัด ระบบสาธารณูปโภคไม่ค่อยดีนัก จึงได้แก้ปัญหาด้วยการใช้ชักโครกปุ๋ยหมัก (Composting toilet) ซึ่งเป็นระบบแห้งที่ไม่ต้องใช้น้ำในการชะล้าง ทั้งยังเคลื่อนย้ายไปติดตั้งจุดอื่นได้ด้วย

ที่ดินในเมืองใหญ่เดี๋ยวนี้หนาแน่นไปด้วยตึกรามบ้านช่อง คอนโด และออฟฟิศมากมาย เลยมีคนบางกลุ่มใช้พื้นที่ว่างบนตึกสูงสร้างบ้านหลังเล็กอยู่บนดาดฟ้าซะเลย

ชั้นดาดฟ้าของตึกต่าง ๆ มักจะถูกใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในตึก ด้วยการเปิดให้คนขึ้นมานั่งเล่น เดินชิล หรือเล่นสระว่ายน้ำบ้าง แต่ชั้นดาดฟ้าของบ้านเหล่านี้ถูกแทนที่ด้วยบ้านหลังเล็กแบบน่ารัก ๆ ที่นอกจากจะได้พักผ่อนหย่อนใจเต็มที่ ไม่ได้เสียงรบกวนจากรถราบนถนนและคนรอบข้างแล้ว ยังได้ชมวิวสวย ๆ รอบเมืองในมุมที่ไม่มีเห็นได้ง่าย ๆ ด้วยนะ

1. ชั้นดาดฟ้าของคอนโดก่อนสมัยสงครามโลก กลายเป็นที่ตั้งของบ้านขนาด 185 ตารางเมตร ซึ่งมีสวนทั้งหมด 2 จุดด้วยกันรวมเป็นพื้นที่ประมาณ 74 ตารางเมตร แม้ภายนอกจะดูเล็กแต่ด้านในมีถึง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 4 เตาผิง อยากเห็นจริง ๆ ว่าหลังประตูบ้านหลังนี้จะกว้างขนาดไหน

2. หากใครมีโอกาสเดินทางไปแถว ๆ ถนนสาย 8 อเวนิวในเชลซี แล้วอยากจะเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ลองเงยหน้าขึ้นมองบนตึกสูง แล้วจะเห็นบ้านหลังเล็ก ๆ สีชมพูตัดเส้นสีน้ำเงินลายตารางหน้าตาแบบนี้แอบอยู่บนดาดฟ้าของตึกอิฐแดง

3. บนดาดฟ้าของคอนโดอื่น ๆ อาจมีสวนให้คนเดินเล่นเช่นเดียวกับตึกแห่งนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตานั่นก็คือ บ้านหลังเล็ก ๆ 2 หลังที่ดูเหมือนจะมีเจ้าของคนละคนแถมสไตล์การตกแต่งยังแตกต่าง แต่ไม่ว่าจะเป็นของใครก็อยากขอขึ้นไปชมวิวข้างบนสักครั้ง ท่าทางต้องบรรยากาศดีมากแน่ ๆ เลย

4. บ้านชั้นเดียวบนดาดฟ้าที่ขอบอกว่าหน้าตาประหลาดมาก แต่อย่าเพิ่งหัวเราะเยาะใส่ล่ะ เพราะเป็นบ้านสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถพับเก็บและขนย้ายได้สะดวก ขนส่งได้ทุกที่ในโลก สนนราคาอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 71,000 บาท

5. บ้านสำเร็จรูปหน้าตาเรียบง่ายแต่แอบเก๋ไก๋ไม่เบา ด้วยฝีมือการออกแบบของ Werner Aisslinger ซึ่งมีสิ่งที่พิเศษกว่ารูปลักษณ์ก็คือสามารถขนย้ายโครงสร้างได้ด้วยเฮลิคอปเตอร์ในราคาเบา ๆ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านบาท

6. จะมีบ้าน 2 ชั้นหลังไหนน่ารักกว่านี้อีกไหม ? แถมที่ตั้งก็ชวนให้อยากขึ้นไปดูไม่เบาเพราะวิวคงสวยน่าดู บนชั้นดาดฟ้าของตึกอิฐโชว์แนวบนถนนแอตแลนติก อเวนิว ในบรูคลิน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานมาก่อน ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นคอนโดในปัจจุบัน

7. มองเผิน ๆ อาจคิดว่าเป็นตึกเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วบนดาดฟ้าของตึกเป็นที่ตั้งของบ้าน 3 ชั้นสุดอลังการ ไม่รู้ว่าก่อสร้างกันอย่างไร แต่ก็ขอปรบมือให้กับความแจ๋วของสถาปนิกที่ออกแบบบ้านหลังนี้เลย

8. หากไม่สังเกตก็คงไม่รู้ว่าบนตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่งมีความน่ารักซ่อนอยู่นั่นก็คือ เจ้าบ้านหลังน้อยหลังนี้ที่บรรยากาศด้านในคงจะอบอุ่นไม่เบา อีกทั้งด้านนอกยังดูสวยขนาดนี้ ด้านในต้องพิเศษมากกว่าแน่ ๆ เลย

9. บ้านช่องหลังใหญ่โตไม่ได้มีแค่บนพื้นดินเท่านั้นนะ เพราะบนดาดฟ้าของตึกเก่าที่ดูท่าทางจะสร้างมาหลายสิบปีกลับมีบ้านหลังโตดีไซน์ทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่บนดาดฟ้า อยากรู้จริง ๆ ว่าพวกเขาสร้างได้อย่างไรกันนะ

10. เหนือถนนแฮมป์ตันส์ที่แสนจะวุ่นวายของมหานครนิวยอร์ก ยังมีมุมสงบเล็ก ๆ ให้ซ่อนอยู่บนดาดฟ้าของตึกสีแดงอมส้มที่เชื่อว่าหากใครเดินผ่านแถวนี้ต้องหยุดมองเพื่อเก็บรูปบ้านดาดฟ้าหลังนี้ไว้เป็นที่ระลึกแน่นอน

ชมสุดยอดศิลปะขนาดจิ๋ว ที่น่าทึ่งของคุณ ธนเบศร์ ชาญปรีชา เจ้าของแฟนเพจ callmenabet กับผลงานโมเดลจำลองตึกอาคารพาณิชย์และตู้โทรศัพท์สาธารณะที่หลายคนคุ้นชินกับความเป็นไทยได้อย่างลงตัวสุด ๆ ชนิดที่ทำออกมาได้เป๊ะทุกรายละเอียด ไม่ใช่แค่เหมือนยันเงา แต่นี่เหมือนยันคราบสนิม ! ออกแบบภายใน

เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับ ‘ยิปมัน’ – ดูหนังซีรีย์ ดูหนังผ่านเน็ต

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับปรมาจารย์กังฟู’ยิปมัน’

1. ‘ยิปมัน’ เกิดเมืองเดียวกับ ‘หวงเฟยหง’

ยิปมัน เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1893 ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเดียวกับ หวงเฟยหง ยอดมวยอีกท่านที่มีตัวตนจริงๆในประวัติศาสตร์ของจีน และถูกคนรุ่นหลังนำเอาชีวประวัติมาสร้างเป็นหนังเช่นกัน ปรมจารย์กังฟู

2. ‘ยิปมัน’จริงๆเคยเป็นตำรวจมาก่อน แต่ไม่เคยมีการพูดถึงในหนัง

ยิปมันเคยเป็นตำรวจอยู่ช่วงหนึ่งในเมืองฝอซาน และเขาก็ได้ถ่ายทอดวิชามวยหย่งชุนให้กับลูกน้องของเขาบ้าง แต่ช่วงชีวิตตอนที่ยิปมันเป็นตำรวจไม่เคยมีการกล่าวถึงในหนังทุกเรื่อง ที่สร้างขึ้นจากชีวประวัติยิปมันเลย

3. ชีวประวัติของ‘ยิปมัน’ถูกนำมาสร้างเป็นหนังทั้งหมด 7 เรื่อง โดย 3 ผู้กำกับฝีมือดี

เรื่องราวของปรมาจารย์ยิปมัน ได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังมาแล้วถึง 7 เรื่อง โดยผู้กำกับฝีมือดีระดับแนวหน้าอย่าง หว่องกาไว, เฮอร์แมน เหยา และวิลสัน ยิป ซึ่งหนังทั้งหมดเรียงตามลำดับการฉายได้ดังนี้

1. Ip Man ยิปมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา (2008) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

2. Ip Man 2 ยิปมัน 2 อาจารย์บรู๊ซ ลี (2010) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

3. The Legend is Born – Ip Man (2010) ผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา, นักแสดง โต หยูฮัง

4. Ip Man: The Final Fight หมัดสุดท้าย ปรมาจารย์ยิปมัน (2013) ผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา, นักแสดง หวง ชิวเซิน (ดูหนังได้ที่นี่ คลิก)

5. The Grandmaster ยอดปรมาจารย์ “ยิปมัน” (2013) ผู้กำกับ หว่องกาไว, นักแสดง เหลียงเฉาเหว่ย

6. Ip Man 3ยิปมัน 3 (2016) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน (ดูหนังได้ที่นี่ คลิก)

7. IP MAN 4: The Finaleยิปมัน 4 เดอะไฟนอล (2020) ผู้กำกับ วิลสัน ยิป, นักแสดง ดอนนี่ เยน

4. The Legend is Born – Ip Manยิปมัน 3 เปิดตำนานปรมาจารย์หมัดหย่งชุน (2010) จริงๆแล้วไม่ใช่ภาค 3

อาจเป็นเพราะความเข้าใจผิดของค่ายหนังในไทยที่เข้าใจไปว่า The Legend is Born – Ip Man เป็นภาค 3 หรืออาจเป็นความตั้งใจของค่ายหนังที่อยากเอาชื่อยิปมันฉบับที่ดังที่สุดของผู้กำกับวิลสัน ยิป มาเป็นตัวช่วยให้คนอยากดูฉบับนี้มากขึ้นก็ไม่แน่ใจ เพราะดันไปตั้งชื่อไทย The Legend is Born – Ip Man ไว้เป็นยิปมัน 3 เปิดตำนานปรมาจารย์หมัดหย่งชุน จนคนดูหนังเข้าใจผิดกันมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับหนังยิปมันฉบับ ดอนนี่ เยน ที่เข้าฉายไปก่อนหน้าทั้ง 2 ภาคเลยแม้แต่น้อย โดย The Legend is Born – Ip Man เป็นผลงานของผู้กำกับ เฮอร์แมน เหยา ที่ทำออกมาคนละชุด ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน

5. ลูกชายของยิปมันเคยมาเป็นนักแสดงรับเชิญในหนัง‘ยิปมัน’ของ เฮอร์แมน เหยา

ยิปชุน ลูกชายสายเลือดแท้ๆของยอดปรมาจารย์ ยิปมัน นอกจากจะเป็นที่ปรึกษาในการสร้างหนังยิปมันของผู้กำกับ วิลสัน ยิปแล้ว เขายังเคยได้ร่วมแสดงสมทบในหนัง ยิปมัน ของเฮอร์แมน เหยาทั้ง 2 ภาคด้วย โดยในเรื่อง The Legend is Born – Ip Man ยิปชุนได้รับบทเป็นอาจารย์ของยิปมัน แถมยังได้โชว์เพลงมวยหย่งชุนให้ได้ชมด้วย ส่วนอีกเรื่องคือ Ip Man: The Final Fight ซึ่งเรื่องนี้ยิปชุนได้ออกมาเป็นนักแสดงรับเชิญในเรื่องเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นบทที่เซอร์ไพรส์คนดูเช่นกัน

6. The Grand Master ของ ‘หว่องกาไว’ เป็นหนังชีวประวัติของ‘ยิปมัน’เรื่องแรกที่เริ่มสร้าง

ใช่แล้วคุณไม่ได้อ่านผิด The Grandmaster เป็นหนังชีวประวัติของ ยิปมัน เรื่องแรกที่มีการสร้างขึ้น โดย หว่องกาไว ได้ประกาศสร้าง และเริ่มทำหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2002 (ครบรอบ 30 ปีที่ยิปมันเสียชีวิต) แต่ด้วยความล่าช้าต่างๆ ทำให้สุดท้ายยิปมัน ของ วิลสัน ยิป ได้ออกฉายก่อนถึง 2 ภาค และโด่งดังเป็นพลุแตก จนเวลาผ่านไปถึง 9 ปี หนัง The Grandmaster จึงได้ออกฉายตามมาเป็นลำดับท้ายๆในชุดหนังชีวประวัติของยิปมัน

7. วิลสัน ยิป ไม่ใช่ญาติยิปมัน แค่บังเอิญแซ่เดียวกัน

หลายท่านคงสงสัยว่าแท้จริงแล้วผู้กำกับ วิลสัน ยิป เป็นลูกหลานของยิปมัน หรือเปล่า ? ตอบตรงนี้เลยว่าไม่ใช่ เพียงแค่แซ่ หรือนามสกุลบังเอิญเหมือนกันเท่านั้น ไม่ได้มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้น วิลสัน ยิป กลับถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งว่ามีนิสัยคล้ายยิปมัน ตรงที่เป็นคนเก็บตัว เรียบง่าย และตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แม้กระทั่ง ยิปชุน ลูกชายของยิปมัน ก็ยังเคยบอกว่าทั้งคู่มีนิสัยที่คล้ายคลึงกันมาก

8. อาจารย์ ‘ยิปมัน’ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต

หลายๆคนอาจจะรู้จักยิปมัน ในฐานะยอดปรมาจารย์มวยหย่งชุนผู้ยิ่งใหญ่ แต่มีอีกมุมของยิปมันที่เป็นขั้วตรงข้าม และไม่ได้สว่างไสวเหมือนกับชื่อเสียงในเพลงมวยของเขา ซึ่งนั่นคือเรื่องของครอบครัวนั่นเอง ยิปมันต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่อยู่หลายครั้งในชีวิตครอบครัว ทั้งเหตุผลทางสงครามที่แสนโหดร้าย และอื่นๆอีกมากมายที่ยิปมันต้องแบกรับเอาไว้อย่างสาหัสสากรรจ์ในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง หรือบางทีข้อนี่เองที่ทำให้ผู้คนต่างชื่นชม และยกย่องให้ยิปมันเป็นสุดยอดปรมาจารย์ตัวจริง เพราะแม้ชีวิตครอบครัวของเขาจะไม่ราบรื่นนัก แต่เขาก็ยังต่อสู้จนมีชื่อเสียงมาได้จนถึงทุกวันนี้

9. ‘ยิปมัน’ของ วิลสัน ยิป เคยใช้ชื่อ The Grand Master แต่โดนท้วงจาก หว่องกาไว

อย่างที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่า The Grandmaster ของผู้กำกับหว่องกาไว นั้นได้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2002 ก่อน Ip Man ของผู้กำกับ วิลสัน ยิป เสียอีก ซึ่งในตอนนั้นด้วยความบังเอิญ วิลสัน ยิป ได้ตั้งชื่อหนังภาษาอังกฤษของยิปมันภาคแรกเป็น Grandmaster Yip Man และแน่นอนว่า หว่องกาไวได้ออกมาทักท้วง เพราะกลัวคนจะสับสนระหว่างยิปมันของเขา กับของวิลสัน ยิป จนในที่สุดวิลสัน ยิป ก็ได้เปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น Ip Man แบบสั้นๆ และได้ใจความ โดยในภาคต่อๆมาก็เพิ่มเพียงเลขลำดับของภาคเข้าไปทั้ง Ip Man 2 และ Ip Man 3 จนชื่อหนังเป็นเอกลักษณ์ของ ยิปมัน ฉบับของวิลสัน ยิป ไปในที่สุด

สมุทรสาคร วิกฤต โควิดวันนี้ 590 ราย! คนป่วยต้องนอนรอเตียงนอกโรงพยาบาล

สมุทรสาครวิกฤต โควิดวันนี้ 590 ราย! คนป่วยต้องนอนรอเตียงนอกโรงพยาบาล-ไอซียูเต็ม

สมุทรสาครเข้าขั้น วิกฤต โควิดวันนี้เพิ่ม 590 ราย ผู้เสียชีวิต 2 ราย คนป่วยต้องนอนรอเตียงนอกโรงพยาบาล ห้องไอซียูเต็ม

นายแพทย์ธนพัฒน์ พวงเพชร นายแพทย์ชำนาญการ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลสมุทรสาคร วิกฤต เปิดเผยว่า ระบบห้องไอซียูของโรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่ตอนนี้ผู้ป่วยมีเกินจำนวนเตียง มีผู้ป่วยที่ต้องนอนรอด้านนอกเพื่อรอส่งเข้ามาที่ก็ไม่รู้ว่าเตียงจะว่างเมื่อไหร่ และคนที่เข้าห้องไอซียู เพราะอาการหนักนั้นก็มีหลายกลุ่มอายุ อายุ 30 ปีกว่าๆ ก็มี ผู้สูงอายุก็มาก คนที่โรคประจำตัวก็มีเช่นกัน

ทำให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ประจำห้องไอซียูต้องทำงานกันอย่างหนัก เฝ้าติดตามอาการของผู้ป่วยทุกคนอย่างใกล้ชิด และรักษาทุกคนอย่างเต็มกำลัง แต่บางรายนั้นก็ไม่สามารถรักษาชีวิตได้ก็ต้องเสียชีวิตลง ซึ่งนายแพทย์ธนพัฒน์ บอกว่า คนที่เสียชีวิตจากคิด-19ก็คือคนที่รักษาตัวในห้องไอซียู ทุกรายไม่ได้รับวัคซีน

สำหรับในช่วงที่เตียงไอซียูล้น ทางโรงพยาบาลสมุทรสาครก็ต้องปรับระบบในโรงพยาบาลหลายส่วน ตอนนี้มีการปรับห้องผู้ป่วยในแผนกอื่นๆ เพื่อทำเป็นห้องไอซียูโควิด-19 เพิ่มด้วย

นายแพทย์ธนพัฒน์ พวงเพชร บอกว่า ด้วยสถานการณ์เตียงไอซียูที่ไม่พอ ทำให้ทาง โรงพยาบาล สมุทรสาครต้องปรับแผนการฉีดวัคซีนใหม่เพื่อลดผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้หากติดโควิด-19 จะเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงและเข้าห้องไอซียู จึงอยากให้คนกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนก่อน ส่วนประชาชนกลุ่มปกติที่ยังไม่ได้รับวัคซีนก็ขอให้รักษามาตรการทุกอย่างให้เข้มข้นด้วย

ส่วนอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยลดการเข้าไอซียูได้ ก็คือเครื่องช่วยหายใจแบบ High Flow ที่จะใช้กับกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองเข้มที่กำลังจะเป็นสีแดง ซึ่งตอนนี้ทางโรงพยาบาลสมุทรสาครต้องการอีกประมาณ 100 เครื่อง เพื่อช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีจำนวนมาก และการป่วยตอนนี้พบว่าเปลี่ยนระดับอาการที่รวดเร็วมาก ดังนั้นเราต้องรักษาผู้ป่วยอย่าให้กลายเป็นกลุ่มสีแดงให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ ทางเรื่องเล่าเช้านี้ เปิดโครงการเรื่องเล่าเช้านี้ช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19 จะจัดสรรเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สำหรับผู้ที่สนใจช่วยเหลือสามารถบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาดิเอ็มควอเทียร์ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 030-3-703839

ล่าสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงาน สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค.64 เวลา 24.00 น. เพิ่มขึ้น 590 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 120 ราย จากในเรือนจำ 13 ราย และจากในโรงพยาบาล 457 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 32,043 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 62 ราย รักษาหายเพิ่ม 381 ราย รวมรักษาหายแล้ว 24,468 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 7,495 ราย

รีโนเวทบ้านเก่า แปลงโฉมเป็นห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล สีขาวตัดกับสีไม้ดูอบอุ่น

รีโนเวทบ้านเก่า

รีโนเวทบ้านเก่า แปลงโฉมเป็นห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล สีขาวตัดกับสีไม้ดูอบอุ่น ทำเองแต่งเองตามคลิปวิดีโอ ใช้เวลาประมาณ 2 ปี ทำไปเก็บเงินไปจนเสร็จ

ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำสไตล์มินิมอล และกว่าจะสำเร็จก็ใช้เวลากว่า 2 ปี โดยเก็บออมทีละน้อยและซ่อมแซมด้วยตัวเองกับแฟนโดยอาศัยคลิปวิดีโอเอา เอาล่ะ… เรามาส่องไอเดียรีโนเวทบ้านเก่ากันเถอะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เช่นเดิมอยากแบ่งปันไอเดียรีโนเวทห้องนั่งเล่นในฝันเล็ก ๆ ที่เรากับแฟนช่วยกันทำขึ้นมาเอง ทำวันละเล็กละน้อย การเขียนอธิบายอาจจะมีโดดบ้างนะคะ ทำไปลืมไปบ้างเพราะใช้เวลามากกว่า 2 ปี เก็บเงินไปทำไป จนวันนี้เสร็จสักที ซึ่งแฟนเราไม่เคยเรียนก่อสร้างใด ๆ เพียงแต่มีความรู้เรื่องทำไฟฟ้าเพราะบ้านเขารับติดตั้งไฟฟ้าอยู่ วิธีการหลาย ๆ

อย่างก็เช่นเดิม ยังคงคอนเซ็ปต์ดูตามยูทูบและเปิดอินเทอร์เน็ตเอา บางทีไปหน้างานก็แอบลักจำวิธีก่อสร้างจากคนงานมาบ้าง เนื่องจากมีหลาย ๆ คนสงสัยจากกระทู้ที่แล้ว รีโนเวทห้องน้ำทุบ เซาะ เลาะเองกับมือ ไม่เคยแตะงานช่าง แต่ทำได้เพราะดูคลิป เรามาดูสภาพห้องเดิมกันก่อน รกสุด ๆ แค่เห็นของที่ต้องยกก็ท้อแล้ว ยากสุดคือของเหล่านี้เป็นของพ่อและแม่ ไม่สามารถทิ้งได้เลย ระหว่างทำเราจำเป็นต้องย้ายของไปมา รอวันพ่อแม่ใจอ่อนเอาของเก่าไปขายบ้าง

อันดับแรกเลยค่ะ เข้าไปมุดฝ้าทุลักทุเลหน่อย ๆ เปลี่ยนจากหลอดไฟธรรมดาเป็นไฟดาวน์ไลท์ ทำให้ห้องสว่างขึ้นมากจากห้องอึมครึม จากนั้นเรารื้อประตูม้วนออกเพราะอยากได้ประตูเล็กลงมาให้มีความส่วนตัวหน่อย เนื่องจากพื้นที่หน้าบ้านน้อยค่ะ อีกนิดเดียวก็เป็นทางเดินถนนในซอยเลย ก่อผนังอิฐมวลเบาหน้าบ้านแทนประตูม้วน ใช้เลื่อยตัดอิฐมวลเบาเป็นชั้นสับหว่างกัน ใส่คานทับหลังสำเร็จรูปลงไปส่วนต่อกลางประตูด้วย และติดตั้งวงกบ ใส่ประตู

ต่เนื่องจากประตูบานนี้ทึบค่ะ เราอยากให้ห้องมีแสงลอดเข้ามาหน่อย สุดท้ายจึงเปลี่ยนเป็นประตูมีช่องกระจกลายฝ้าให้แสงส่องผ่านมาได้ เรานำประตูมาทาสีใหม่ค่ะเพราะอยากให้ทนแดดรำไรกับฝนที่อาจสาดมาได้ เพิ่งรู้ว่าทาสีไม้ยากมาก ทาเสร็จไม้จะเสี้ยนขึ้นจะต้องใช้กระดาษทรายขัดและทาสีเคลือบทับ สรุปแล้วทาไปด้านละ 4 รอบกว่าจะเนียนค่ะ

ส่วนบานเก่านำไปติดหลังบ้านแทน ซึ่งบานเดิมหลังบ้านเป็นประตูไม้อัดผุแล้ว

มาต่อที่ผนังกั้นห้องเดิมที่กั้นปิดเลยและเป็นไม้อัด แฟนจึงจัดการเปลี่ยนเป็นผนังเบาและมีช่องประตูเป็นบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่ขึ้น โดยสร้างโครงคร่าวขึ้นมาก่อน อาศัยเพิ่มเสริมเหล็กในโครงขึ้นมาเพื่อรับน้ำหนักประตูได้ดีขึ้น จากนั้นใช้แผ่นยิปซัมปิดทับและซิลิโคนปิดหัวนอตขัดให้เรียบร้อย ใส่ระบบไฟเข้าไปเพราะเราจะใช้พื้นที่นี้สำหรับนั่งดูทีวี

ส่วนหน้าต่างเดิมไม่ได้ขนาดมาตรฐานเลย จัดการเปลี่ยนหน้าต่างบานใหม่

ส่วนหน้าต่างบานนี้รู้สึกพลาดที่ปิดไปค่ะ เพราะตั้งใจจะทำเป็นพื้นที่ครัวมีที่แขวนของเยอะ ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัด สุดท้ายเพิ่งมาคิดได้ว่าเราสามารถติดตั้งหน้าต่างขนาดเล็กได้ แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

ผนังประตูด้านหน้าบ้าน เราใช้เป็นหินแปะเอาค่ะ เนื่องจากคุณแฟนฉาบขนาดใหญ่ไม่ค่อยถนัด ติดทั้งผนังในบ้านและหน้าบ้านใช้ปูนกาวยึดและทาสีทับเอาค่ะ

เมื่อเราได้โครงบ้านที่อยากได้เรียบร้อยแล้ว จัดการทาสีใหม่หมด ทาสีรองพื้นก่อนทาทับนะคะ เพื่อผนังและฝ้าเนียน สีไม่ด่าง

ใกล้แล้ว ถึงตอนนี้คือปลื้มปริ่มมาก ๆ พ่อแม่จัดการเคลียร์ของให้เราหมดแล้ว น่ารักสุด ๆ เราบอกว่าอยากได้บ้านไม้อบอุ่น คุณแฟนจัดไปปูพื้นไวนิลสีไม้แบบคลิปล็อกค่ะ ช่วยกันติดตั้ง ห้องนี้สองวันก็เป็นอันเสร็จค่ะ

จากนั้นก็ติดตั้งบัวพื้น เก็บมุมความเรียบร้อยต่าง ๆ เว้นบัวไว้ตำแหน่งที่จะวางเคาน์เตอร์ครัว ติดมู่ลี่หน้าต่างได้มาจากไทวัสดุช่วงซื้อ 1 แถม 1 ตกอันละ 350 บาท คุ้มมาก

มาค่ะ มาถึงเวลาที่สนุกที่สุดสำหรับการรีโนเวทนี้ คือการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์นั่นเอง กรี๊ดกร๊าดมาก

อันนี้มุมดูทีวีค่ะ ใช้จอทีวีแค่ 50 นิ้วพอเพราะพื้นที่ห่างจากโซฟาไม่มาก

เจ้าม้าขาวและกระบองเพชรสีทองได้จากโฮมโปร

โซฟานี้คุณแฟนรีเควสต์เป็นแบบโซฟาเบดจาก SB design square สตูลรองเท้า หมอนอิง จากโฮมโปรเช่นเคย ส่วนโต๊ะกลมได้จากร้านใน shopee ราคา 300 บาทนิด ๆ

มุมทานข้าวค่ะ อยากได้แนวคาเฟ่หน่อย ๆ ได้ไอเดียผนังไปเจอที่อิเกียมา ติดจานไม้และชามสังกะสีได้จากเจเจมอลล์ค่ะ

าต่อที่มุมครัวเล็ก ๆ ค่ะ ได้เคาน์เตอร์ครัวมาจากร้านใน shopee ส่วนผนังต้อง DIY เองอีกแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่เล็ก ๆ และไม่อยากเปื้อนเยอะจึงเสิร์ชหาดูว่าใช้วัสดุอะไรติดแทนปูนได้บ้าง จึงได้กาวตะปูมาแทน ติดแน่นมาก ๆ เช่นกัน ข้อเสียคือแพงกว่าปูน แต่แลกด้วยความสะอาดไม่เลอเทอะก็ยอมค่ะ

ใช้เป็นปูนยาแนวสีดำเพราะดูแลรักษาง่ายกว่า

ติดเครื่องดูดควันแบบปล่อยลมไปด้านนอกค่ะ แต่เนื่องจากติดเคาน์เตอร์สูงไปจึงต้องแก้ไขเอาตัวเครื่องติดลงมาจากตู้เลย

ใครอยากได้ไอเดียรีโนเวทบ้านเก่า โดยเฉพาะการรีโนเวทด้วยตัวเองเชิญแวะมาชมกันเลย หรือถ้าอยากได้ไอเดียแต่งคอนโด ลองแวะมาดูการจัดวางเฟอร์นิเจอร์กันได้ รับรองสวยงามลงตัวมากเลยค่ะ

รีโนเวทบ้านเก่า บ้านเก่าที่ใช้อยู่อาศัยมานาน ดูทรุดโทรม และสึกหรอไปตามเวลา ตอนนี้ได้เวลารีโนเวทภายในใหม่ทั้งหมดแล้ว

กาลเวลาผ่านไป..บ้านหลังเดิมที่ใช้อยู่อาศัยมานาน ก็ต้องมีเก่าทรุดโทรม และสึกหรอไปจากเดิมบ้าง จนหลายคนอาจจะถอดใจอยากได้บ้านหลังใหม่ไปเลยก็มี แต่ปัญหาบ้านเก่าทรุดโทรมไม่ใช่สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ คุณ tauhoo สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มีตัวอย่างห้องแถวเก่าที่ถูกแปลงโฉมซะสวยแจ่มจนแทบจำไม่ได้มาฝากกัน แถมยังมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการรีโนเวทบ้านมาให้ความรู้อีกด้วย หากใครกำลังมองหาไอเดียรีโนเวทห้องแถวอยู่ต้องรีบไปดูกันเลยจ้า

รีวิว ตกแต่งห้องแถวให้เป็นห้องใหม่ by คุณ tauhoo

สวัสดีครับ วันนี้จะพามาชมการตกแต่งห้องแถวครับ กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ขอนำเสนอความรู้ เกี่ยวกับขั้นตอน วิธีการรีโนเวทตกแต่งห้อง และสิ่งต่าง ๆ ที่คุณอาจจะต้องเจอหากคุณทำการรีโนเวท การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากับสิ่งที่คุณจะต้องเจออย่างไม่คาดฝัน

เริ่มเรื่องเลย..เจ้าของบ้าน กำลังจะมีน้องคนใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว จึงต้องการที่จะปรับปรุงห้องเดิม เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ โดยจะยุบรวม 2 ห้อง มาเป็นห้องเดียวกัน ออกแบบภายใน

ภาพยนตร์4K ที่ คะแนนสูง ที่สุดในเว็บไซต์ ที่คอหนังไม่ควร

Juno

ภาพยนตร์4K ในขณะที่การตั้งท้องมันคือการถือกำเนิดของชีวิต แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากมันมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมมันก็อาจจะหมายถึงจุดจบของชีวิตใครบางคนเช่นกัน และถ้าเหตุการณ์นี่มันดันเกิดขึ้นกับตัวเราในเวลาที่ไม่พร้อมล่ะเราจะทำยังไง?

JUNO คือหนึ่งในหนังที่หยิบยกเอาประเด็นเรื่องการท้องในวัยเรียนมาเล่าได้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาหนังแนวเดียวกันไปมาก คือแม้ด้วยหน้าหนังมันจะถูกมองว่ามุ่งเน้นไปที่ปัญหาเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนแต่อันที่จริงแล้ว JUNO มันคือหนัง Coming of Age ที่แฝงนัยมาได้อย่างแนบเนียนและเลอค่าสมรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยียมออสการ์ปีนั้นจริงๆ

เค้าว่ากันว่าวัยรุ่นคือวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ บางคนอาจจะถึงจุดเลี้ยวเร็วหรือช้าไม่เท่ากัน แต่เมื่อวันหนึ่งจุดเลี้ยวนั้นดันถูกผลักดันให้เข้ามาหาเราเร็วขึ้นด้วยทารกตัวน้อยๆ สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือเราจะแปลงสถานะจากเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ในชั่วอึดใจเดียว

สิ่งที่ JUNO ทำเพื่อรับมือกับการต้องเป็นผู้ใหญ่ก็คือเธอพยายามจะเป็นผู้ใหญ่จริงๆให้ได้ จากการแสดงออกที่เห็นเด่นชัดไม่ว่าจะเป็นการพูดการจา การตัดสินใจจะแก้ปัญหาด้วยตนเอง ท่าทางมั่นอกมั่นใจ ไม่ยี่หระต่อปัญหาตรงหน้า จนบ่อยครั้งเธอก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ไปแล้วจริงๆ

แต่ในขณะที่ท้องของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ เธอกลับพบว่าในความเป็นผู้ใหญ่ที่เธอพยายามจะเป็นให้ได้นั้นมันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความรักที่ “ทำไมคนเราถึงรักกันและอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ได้” อย่างคนที่ครองคู่กันในแบบที่เธอคิดฝันไว้มาตลอด และตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่อุ้มท้องมันก็ทำให้ JUNO ตระหนักได้ในที่สุดว่าการฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่มันช่างไม่เข้าท่า สู้ปล่อยให้มันเป็นไป ค่อยๆเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และจนกว่าจะถึงวันที่เธอ “โตแล้ว” จริงๆเธอก็น่าจะรู้เองในวันนั้นว่าคำตอบของความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เธอตามหาน่ะมันคืออะไรกันแน่ ดูหนัง

Hero

ภาพยนตร์4K องค์ประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งถูกกล่าวขานมากที่สุดคือ การใช้โทนสี ต่างกันไปแต่ละช่วงเวลา เพื่อสะท้อนถึงห้วงอารมณ์ของตัวหนังโดยภาพรวมและประเด็นที่แอบแฝงไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่สะท้อนสะเทือนจิตใจมากที่สุด กลับเป็นแก่นของภาพยนตร์ที่พูดถึงเรื่อง ‘วีรบุรุษ’ หนังตั้งคำถามว่า วีรบุรุษที่แท้นั้นเป็นอย่างไร? ตัวละครตัวใดบ้างสามารถนิยามว่าเป็นวีรบุรุษ? วีรบุรุษมีระดับขั้นมั้ย? วีรบุรุษต้องเสียสละถึงระดับไหน? กระทั่งชีวิตของตนเอง? วีรบุรุษนั้นมีความเป็นไปได้? มนุษย์สามารถเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวมได้จริงหรือ? ความยิ่งใหญ่ของชนชาติหนึ่งๆ จำต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของวีรบุรุษจำนวนนับไม่ถ้วนเสมอ?

What Dreams May Come

ภาพยนตร์4K โรบิน วิลเลี่ยมส์ เป็นนักแสดงในดวงใจของใครหลายๆคน และถ้าพูดถึงผลงานของฮี หลายคนจะนึกถึงเรื่องนี้ What Dreams May Come พลังรักข้ามขอบฟ้า ตามรักถึงสวรรค์ (ป๊าดด ชื่อไทยนี่ นึกว่าโปเยโปโลเย)

เรื่องราวของครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกวัยรุ่นสองคน ทุกๆเช้าแม่จะเป็นคนขับรถไปส่ง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั่ง ลูกชายและลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ภายหลังพระเอกถูกรถชนเสียชีวิตอีกคน ทำให้นางเอกโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดตัวเอง สุดท้ายก็ฆ่าตัวตาย ในขณะที่พระเอกและลูกๆ อยู่บนสววรค์ แต่คนฆ่าตัวตายถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง แน่นอนนางเอกตกนรก ด้วยความรักเมีย พระเอกจึงพยายามเสี่ยงลงไปนรก เพื่อตามหาภรรยาของเค้าและพากลับมาสวรรค์ด้วยกัน สุดท้ายจะช่วยได้สำเร็จหรือไม่ต้องลองหามาดู

นี่คือหนังดีอีกเรื่องที่แนะนำ นอกจากซาบซึ้ง ประทับใจในเพลงเพราะและ ภาพที่โคตรสวยสมกับที่ได้ออสการ์เทคนิคพิเศษด้านภาพในปีนั้นแล้ว ยังสอนอะไรเราได้มากมาย หนังเหมาะกับคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ เชื่อในเรื่องของ บาปบุญ นรกสววรค์อีกด้วย ทุกสิ่งใน โลกล้วนอนิจจังเกิดขึ้นได้ ก็ต้องมีดับไป ไม่มีอะไรยั่งยืน ไม่ว่าจะดีใจหรือเศร้าโศกฟูมฟายแค่ไหน ไม่ช้าอารมณ์นั้นจะจบ และผ่านไป แต่สิ่งที่ยังอยู่กับตัวเราก็คือปัจจุบัน เมื่อวันใดวันหนึ่งที่เราเจอเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น ต่อให้ร้ายแรงแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่ายังมี นั่นคือ “ศรัทธา” และ “ความรัก ”

Paprika

ภาพยนตร์4K งานแอนิเมชั่นอันโดดเด่นจาก Satoshi Kon ผู้ล่วงลับ ลักษณะงานโดยส่วนใหญ่ของ Kon คือการผสมผสานเรื่องราวของความจริงและจินตนาการเข้าด้วยกัน นำเสนอเรื่องราวปมในจิตใจอันดำมืดออกมาเป็นงานภาพเคลื่อนไหวที่น่าตื่นตา ตื่นใจ และ Paprika ก็อยู่ในข้อนั้น เรื่องราวของความฝันของมนุษย์ที่ปกติก็อยู่จิตของใครของมัน ไม่อาจแบ่งสรรร่วมฝันกับใครได้ และเป็นความลับเฉพาะตัวที่มีเพียงผู้ฝันเท่านั้น ที่จะสร้างมัน จดจำ หรือลืมมันไป ไอเดียของการเก็บข้อมูลความฝันจากสมองอัจฉริยะของเด็กหนุ่มร่างอ้วนๆ คนหนึ่ง กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่สุดล้ำเหนือจินตนาการ

อุปกรณ์เก็บข้อมูลความฝันที่ชื่อ “ดีซีมินิ” ที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง และยังเขียนโปรแกรมควบคุมได้ไม่สมบูรณ์ ได้ถูกขโมยไปอย่างไม่รู้สาเหตุ ทีมค้นคว้าวิจัยจำเป็นต้องสืบหาเจ้าเครื่องนี้ที่หายไป การสร้างเทคโนโลยีด้วยแรงขับเคลื่อนแบบเด็กๆ อาจไม่ใส่ใจคิดให้รอบคอบถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา มีความฝัน ก็สร้างสิ่งประดิษฐ์อันมีแรงบันดาลใจจากความฝัน แต่ลืมคิดถึงผลร้ายจากคนไม่ดีที่จะนำเทคโนโลยีสุดล้ำนั้นไปใช้ สุดท้าย เรื่องร้ายก็เกิดขึ้นและลุกลามใหญ่โตมากมาย

งานภาพช่างน่าตื่นตา เมื่อจินตนาการมาบรรจบกับความเป็นจริงผ่านลายเส้นเนียนๆ ผนวกเข้ากับเพลงประกอบสะดุดใจ ยกให้ Paprika คือหนึ่งในแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นที่คุณต้องดู

ข้างหลังภาพ

ผู้กำกับชั้นครู เชิด ทรงศรี กับการนำวรรณกรรมเรียกน้ำตาสุดคลาสสิค งานประพันธ์โดยศรีบูรพา มาขึ้นจอภาพยนตร์อีกครั้ง เจ้าของวลีโดนใจ “ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มเอมใจที่ฉันมีคนที่ฉันรัก” เรื่องราวของรักเปิดเผยไม่ได้ระหว่างคุณหญิงกีรติ ผู้มีใจให้กับนพพร เด็กหนุ่มรุ่นน้อง ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นไปกับสามี และก็เก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้จวบจนวันที่ร่างกายแตกดับไปพร้อมกับหัวใจที่แหลกสลาย ความรักอันงดงามราวกับต้องคำสาปของคุณหญิงกีรติ ถูกนำมาถ่ายทอดครบถ้วนตามตัวอักษร

ผ่านทั้งภาพลักษณ์และการแสดงที่เหมือนหลุดออกมาจากในนิยายจริงๆ ของคุณคาร่า พลสิทธิ์ ด้วยภาพรวม องค์ประกอบและงานโปรดักชั่นที่ตั้งใจให้เหมือนสดุดีหนังไทยยุคเก่า อาจจะดูเชยไปในสายตาคนรุ่นใหม่ แต่ก็ลงตัวไปกับเรื่องราว และเป็นการให้เกียรติวรรณกรรมอย่างชาญฉลาด ถ้าหากคุณกำลังมองหาหนังรักเคล้าน้ำตา หรือหนังไทยดีๆสักเรื่อง …

‘ข้างหลังภาพ’ คืองานที่ไม่ควรพลาด และต่อให้คุณจะใจหินแค่ไหน ก็อาจจะต้องอ่อนไหวต่อการรอคอยรักแท้ของผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘กีรติ’ … หนึ่งในตัวละครแอบรักผู้น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งบนโลกภาพยนตร์ เพราะถึงแม้ว่า เธอจะเข้าใจว่าความรักนั้นงดงามเพียงไหน แต่เธอก็ไม่มีวัน แม้จะได้เจอ

Star Trek

เป็นหนังรีเมคและหนังภาคต่อไม่กี่เรื่องที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างถึงใจ แฟนรุ่นเก่าดูแล้วอิน ส่วนคนดูรุ่นใหม่ดูแล้วก็ฟิน ถ้าถามว่าของดีมีอะไรบ้างก็ไล่ไปตั้งแต่พล็อตเข้มข้น, การเดินเรื่องที่เร้าใจและไต่ระดับความลุ้นอย่างออกรส, Effect เนี๊ยบละลานตา, ดนตรีถึงอารมณ์ และมุขตลกสอดที่แทรกลงมาแบบพอเหมาะ

สำหรับแฟน Star Trek อย่างผมแล้ว หนังสานต่อตำนานได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนครับว่าหลายอย่างต่างไปจากต้นฉบับ แต่หนังก็สามารถบอกเล่าอธิบาย ผูกเรื่องโยงประเด็นจนทำให้ความเปลี่ยนแปลงทุกจุดดูสมเหตุผล เชื่อมกับ Story เดิมได้อย่างเนียน และที่อยากปรบมือดังๆ คือดาราที่คัดมานั้นใกล้เคียงคาแรคเตอร์ชุดเก่ามาก ดูแล้วยอมรับได้เต็มที่ว่าพวกเขาเหล่านี้คือลูกเรือเอนเตอร์ไพรส์ขนานแท้และดั้งเดิม

เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมต้องหยิบมาดูทุกเดือน… ก็หนังมันกระตุ้นอะดรีนาลีนได้ชะงัดนัก

Cyborg She

หนังมีโปรแกรมเข้าฉายตอนปี 2008 ตอนนั้นเป็นยุคที่หนังโรแมนติคคอมเมดี้ของเกาหลีกำลังถึงยุคสร่างซาพอดี หลังจากที่ My Sassy Girl (2001) ของ จอนจีฮยอนเคยสร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายโลกหนังรอมคอมของเอเชีย กระแส “ยัยตัวร้าย” ที่จอนจีฮยอนสร้างไว้ ได้กลายเปนมาตรฐานให้หนังรอมคอมยุคต่อๆมาตามไปด้วย หลังจากนั้นก็ยังไม่มีหนังเกาหลีหรือหนังเอเชียเรื่องไหน สามารถขึ้นแท่นมาเทียบกับ My Sassy Girl ได้แบบชัดเจนอีก จนกระทั่ง จอนจีฮยอนต้องกลับมาอีกครั้งในหนังแนวเดียวกับ My Sassy Girl ที่แจ้งเกิดให้เธอ นั่นคือ Windstuck ในปี 2004 ซึ่งการคัมแบ็คหนนี้ก็ค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะเธอยังไม่สามารถทำได้ดีกว่าที่เคยทำได้ใน My Sassy Girl เลย มาตรฐานจึงจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เสมอตตัวเท่านั้น

แต่นั่นก็เป็นการตอกย้ำเทรนด์หนังโรแมนติคคอมเมดี้ในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี นางเอกแก่นเซี้ยว เป็นยัยจอมดื้อเอาแต่ใจ พระเอกเป็นหนุ่มซื่อแสนดี มีหนังพลอตทำนองนี้ออกมามากมายจนผู้คนเริ่มเบื่อหน่าย กระทั่ง วันหนึ่งมีข่าวว่า จะมีหนังโรแมนติคเรื่องหนึ่ง ที่เป็นการรวมทุนกันของเกาหลีและญี่ปุ่น ในชื่อ Cyborg She (ยัยนี่น่ารักจัง) ซึ่งคราวนี้จะเป็นหนังโรแมนติคอมเมดี้จากญี่ปุ่นบ้าง หน้าหนังและพลอตเรื่อง ถือว่าท้าทายคนดูพอสมควร เพราะมันดูเหมือนจะใช้เทรนด์หนังเดิมๆ แบบ “ยัยตัวร้าย กับนายเจี๋ยมเจี้ยม” แต่เปลี่ยนจากคนเป็นหุ่นยนต์ กับหนุ่มซื่อบื้อคนหนึ่ง ในแบบญี่ปุ่นๆ แต่ดันกำกับโดยคนเกาหลี ซึ่งผกก.เกาหลีที่ว่านี่ก็คือ “กว๊ากแจยอง” ผู้กำกับ My Sassy Girl และ Windstuck นั่นเอง ซึ่งนี่เป็นผลงานที่ต้องบอกว่า

สามารถเทียบเคียงกับงานชิ้นที่โด่งดังของเขาอย่าง My Sassy Girl ได้เลยจริงๆ เพราะ Cyborg She เล่าเรื่องด้วยแก่นของเรื่องแบบเดิมๆคือ นางเอกสดใส เอาแต่ใจ และพระเอกซื่อบื้อแสนดี แต่หนังนั้นไปไกลกว่าการเป็นแค่หนังโรแมนติครักหนุ่มสาวธรรมดา มันยังมีการตั้งคำถามถึง คุณค่าของความเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนตร์ แม้แต่เรื่องความรักและการเสียสละ ส่งที่โดดเด่นอย่างมากในยุคนั้นคือ ฉากแผ่นดินไหวสุดอลังการ ที่เป็นฉากสำคัญของเรื่อง ด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟฟิคสุดอลังการ หนังใส่รายละเอียดเรื่องโลกคู่ขนานและการย้อนเวลาลงมาในหนังได้อย่างลงตัว ในปีที่หนังเข้าฉาย หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะร้องไห้” นี่เป็นหนังรัก ระหว่าง มนุษย์และหุ่นยนตร์ ที่สนุกสนาน และทำให้แม้แต่ผู้ชายยังต้องน้ำตารื้น เป็นงานชิ้ยมาสเตอร์พีซของ กว๊ากแจยอง ที่สมควรแก่การยกไว้ในลิสต์หนังโรแมนติคคอมเดี้แห่งยุคของเอเชียเลยทีเดียว

เมืองในหมอก

ไม่มีข้อกังขาใดๆสำหรับหนังเรื่องนี้ที่ถูกจัดเป็นหนึ่งในหนังมรดกของชาติ เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หนังของ ‘เพิมพล เชยอรุณ‘ เรื่องนี้ถือว่าเป็นหลักไมล์ที่สำคัญสำหรับหนังฟิล์มนัวร์ในบ้านเราอย่างชัดเจน มันเป็นหนังที่ฉลาดในยุคนั้น ถ้าจะเรียกอีกนัยหนึ่งคือมันเป็นหนังที่มาก่อนเวลานั่นเอง และมันเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าของภาพยนตร์ผ่านช่วงเวลาได้อย่างชัดเจน หนังบางเรื่องไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในยุคนั้น แต่เวลานั่นแหละจะเป็นสิ่งที่ทดสอบคุณค่าของมัน ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะถูกดัดแปลงมาจากบทประพันธ์เรื่อง

‘ความเข้าใจผิด’ ของ ‘กามูส์’ แต่มันก็ถูกปรับเปลี่ยนหลายๆอย่างให้เป็นแบบไทยมากขึ้น การเซ็ตสถานที่เมืองในหมอกสะท้อนความคลุมเครือของความเข้าใจผิดได้อย่างชัดเจน เราไม่รู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด การสะท้อนความมืดหม่นของชีวิต และจิตใจของตัวละคร ยิ่งรวมกับการเล่าเรื่องที่สร้างความระทึกและตื่นเต้นด้วยแล้ว นี่เป็นหนังไทยที่ควรค่าแก่การจดจำในประวัติศาสตร์ และเป็นหมุดตัวสำคัญสำหรับหนังไทยนับตั้งแต่นั้นมา